สายไหมต้องรอด ช่วยหญิงชรา วัย 73 ปี ถูกลูกทรพีเมายาซ้อมน่วม

สายไหมต้องรอด ช่วยหญิงชรา วัย 73 ปี ถูกลูกทรพีเมายาซ้อมน่วม

View icon 235
วันที่ 3 ก.พ. 2567 | 13.59 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
ลูกทรพี! "สายไหมต้องรอด" ช่วยหญิงชรา วัย 73 ปี ถูกลูกทาสยาบ้า ซ้อมน่วม จนต้องนอน รพ. 15 วัน เผยไม่ยอมทำงาน มีเมียคอยให้ตังค์วันละ 20 บาท

3 ก.พ. 67 เมื่อเวลา 10.30 น. นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด พร้อมทีมงานเดินทางลงพื้นที่บริเวณซอยเลี่ยงเมืองปากเกร็ด ต.บางพูด อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี หลังได้รับการร้องเรียนจากนายณัฐพล  อายุ 49 ปี (ลูกชายผู้บาดเจ็บและเป็นพี่ชายผู้ก่อเหตุ) เพื่อช่วยเหลือนางสุดใจ อายุ 73 ปี (แม่ของผู้แจ้งและเป็นผู้บาเจ็บ) หลังเพื่อนบ้านแจ้งว่าถูกลูกชายคือนายสมพร อายุ 47 ปี (ลูกชายผู้บาดเจ็บ) มีอาการเมายาบ้า ทำร้ายร่างกายเป็นประจำ ล่าสุดเมื่อวันที่ 17 ม.ค. 67 ถูกทำร้ายจนต้องหามส่ง รพ.กรมชลประทาน ปากเกร็ด นอนรักษาตัวนานกว่า 15 วัน

โดยนายณัฐพล กล่าวว่า วันเกิดเหตุ ตนเลิกงานกลับมาบ้านประมาณ 19.30 น. เห็นกระถางแตก กระจกบ้านแตก ตอนแรกไม่คิดว่าแม่โดนทำร้าย น้องชายตนไม่มีอาชีพ ไม่ทำงาน จบแค่ ม.3 มีภรรยาคอยให้เงินอยู่ไว้ซื้อกับข้าว วันละ 20 บาท ตนเคยมีการชกต่อยกัน เนื่องจากน้องชายเคยไปขอเงินแม่แล้วไม่ได้ และก็มาเอามีดเจาะยางรถยนต์ของตนทั้ง 4 ล้อ ตนเลยไปแจ้งความไว้ที่ สภ.ปากเกร็ด ตำรวจจับไป 3-4 วันก็ปล่อยกลับ ตนตัดพี่ตัดน้องกันมาตั้งแต่ครั้งนั้น ซึ่งน้องชายตนมีประวัติเสพยาเสพติดมาเป็น 10 ปี วันที่แม่ไปโรงพยาบาล หมอแจ้งผลจากการล้ม เพราะญาติไม่รู้ว่าโดนทำร้าย สแกนสมอง มีเลือดออกในสมอง มีอาการเพ้อ พูดจารู้เรื่องบ้างไม่รู้เรื่องบ้าง จากที่แม่ของตนสามารถช่วยเหลือตัวเองได้ตามปกติ

หลังเกิดเหตุตนได้ติดกล้องวงจรปิด ก็เห็นแม่ร้องหิวข้าว เพราะไม่มีใครกล้าเอาข้าวมาให้แม่กิน เนื่องจากกลัวจะถูกน้องชายตนทำร้าย ตนให้น้องชายอยู่ฟรีกินฟรี แต่ยังมาทำแบบนี้ตนรับไม่ได้ เพราะตั้งแต่เคยเอามีดทำร้าย ตนก็ตัดกันไป ต่างคนต่างอยู่ ตอนนี้ตนก็สบายใจขึ้นที่สายไหมต้องรอด และกระทรวงพม. ที่เข้ามาช่วยเหลือ ครอบครัวตนต้องทนทุกข์ทรมานมาเป็น 10 ปี ไม่อยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจจับไปแล้วปล่อย อยากให้ดำเนินคดีให้เด็ดขาด ตนทำมาหากินเลี้ยงแม่อย่างเดียวไม่เคยมีเรื่องกับใคร ตนกลัวว่าถ้าตำรวจไม่ดำเนินคดีให้หลาบจำ กลัวว่าจะมาก่อเหตุซ้ำอีก
    
ด้าน นายสมพร (ผู้ก่อเหตุ) กล่าวว่า วันเกิดเหตุตนดื่มเหล้าขาว และเครียดที่ข้าวของในบ้านหาย จำไม่ได้ว่าทำอะไรแม่ไปบ้าง แต่ยอมรับว่าต่อยแม่ไป 1 ครั้ง หลังจากนั้นก็จำอะไรไม่ได้เลย ตนไม่ได้ทำงาน มีภรรยาให้เงิน ตนหาซื้อยาเสพติดได้แถวๆ นี้ มีเงินก็ไปซื้อยามาเสพบ้าง ครั้งละ 1-200 บาท แต่ตอนนี้ไม่ได้เสพมานานแล้ว ตนอยากขอโทษแม่ อยากกราบขอโทษแม่ ตนไม่ได้ตั้งใจ ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่ตนทำร้ายแม่ ตอนนี้ตนไม่ได้กังวลอะไร "ตนไม่เคยทำร้ายร่างกายภรรยาหรือพี่ชาย"

ขระที่ น.ส.อนัญญา อัตชู ผู้อำนวยการศูนย์พัฒนาการจัดสวัสดิการสังคมผู้สูงอายุบ้านบางแค กล่าวว่า ตอนนี้คุณยายช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ ตนจะประสานพาคุณยายพาไปพบนักกายภาพบำบัด เพื่อดูแลรักษา และจะมีนักสังคมสงเคราะห์ลงมาที่บ้านเพื่อดูสภาพปัญหาว่าคุณยายสามารถที่จะกลับมาอยู่กับครอบครัวได้ไหม ครอบครัวมีความพร้อมในการดูแลคุณยายต่อหรือไม่อย่างไร
    
นายเอกภพ กล่าวว่า ตนเห็นว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญเลยลงพื้นที่ พร้อมด้วยประสานท่านอธิบดีกรมกิจการผู้สูงอายุ ท่านผอ.บ้านพักบางแค และประสานไปที่ท่านผกก.สภ.ปากเกร็ด ให้ส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจมาเชิญตัวผู้ก่อเหตุไปดำเนินคดีในวันนี้ ถ้าปล่อยทิ้งไว้จะเป็นปัญหากับสังคม อยากฝากท่านผกก.สภ.ปากเกร็ดกับพนักงานสอบสวน มันชัดเจนว่า พฤติกรรมของผู้ก่อเหตุทำร้ายร่างกายบุพการี ทำร้ายร่างกายเพื่อนบ้านข่มขู่คุกคาม ให้นำตัวไปฝากขังที่ศาล ไม่จำเป็นต้องรับตัวแล้วปล่อยตัวชั่วคราว มันมีวิธีอื่นที่เด็ดขาด วันนี้เลยมาด้วยตัวเอง ถ้าตำรวจมองว่าเป็นเรื่องรุนแรงในครอบครัวแล้วปล่อยไว้แม่คงตายพอดี ผู้ก่อเหตุติดยา เสพยามานาน ถ้าใช้พ.ร.บ.คุ้มครอง ผู้ถูกกระทำรุนแรงในครอบครัว ตนมองว่าไม่เกิดประโยชน์

ทั้งนี้ หลังจากการเข้าตรวจค้นพบอุปกรณ์เสพยา ถุงซิป เดี๋ยวคงต้องดูว่าเป็นคนเสพหรือเป็นผู้ค้า ฝาก ผกก.สภปากเกร็ด ผู้ต้องหาบอกว่ายาเสพติดซื้อได้ง่ายในพื้นที่ของท่าน ช่วยดูว่าซื้อจากใครซื้อที่ไหนชาวบ้านจะได้ไม่เดือดร้อน ปัญหาเรื่องยาเสพติดเมาคลุ้มคลั่งอาละวาด มีคนแบบนี้แค่คนเดียว คนทั้งชุมชนอยู่กันไม่เป็นสุข สำนักงานตำรวจแห่งชาติช่วยสแกนคนแบบนี้ ฝากท่านผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ สั่งการผกก.ในพื้นที่ให้ช่วยสแกน ว่ามีคนที่มีพฤติกรรมแบบกี่คน ให้ดำเนินคดีให้ครบทุกข้อหา พฤติกรรมแบบนี้เป็นพฤติกรรมที่ซ้ำซากไม่เกรงกลัวกฎหมาย และอันตรายต่อคนในชุมชน
    
เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตรวจค้นห้องของนายสมพร พบอุปกรณ์สำหรับเสพยา จึงควยคุมตัวไปที่สภ.ปากเกร็ด เพื่อตรวจปัสสาวะและดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป