ตำรวจ ดส. วางแผนล่อซื้อเด็กเอ็นฯ วัย 16 ปี เหยื่อค้ามนุษย์ รวบตัวการเป็นธุระจัดหาพาเด็กมานั่งดริงก์
เด็กเอ็น วานนี้(7 ก.พ.2567) ตำรวจชุดจับกุมได้รับแจ้งจากสายลับ ว่าพบการลักลอบนำเด็กอายุไม่เกิน 18 ปี มาแสวงหาประโยชน์ทางเพศโดยการให้บริการนั่งดื่มเอนเตอร์เทน ผ่านการล่อซื้อผ่านแอปพลิเคชันไลน์ อันเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ค้ามนุษย์ฯ โดยสายลับนั้นสามารถ ติดต่อล่อซื้อบริการได้
ตำรวจจึงสืบสวนขยายผล จากนั้นจึงนำเรียนผู้บังคับบัญชาทราบตามลำดับชั้น ต่อมา พ.ต.ท.จักรี นารีผล สว.กก.ดส.บช.น. พร้อมด้วยตำรวจชุดจับกุมได้วางแผนล่อซื้อจับกุมในครั้งนี้ โดยการให้สายลับทำการล่อซื้อผ่านทางแอปพลิเคชันไลน์ โดยสายลับจำนวน 2 นาย ทำการล่อซื้อบริการนั่งดื่มเอนเตอร์เทน ซึ่งได้นัดหมายกับโมเดลลิงว่าให้พาหญิงสาวจำนวน 2 คนมาที่ โรงแรมสุขาวดี ถนนประชาธิปไตย แขวงบ้านพานถม เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร ซึ่งเวลาประมาณ 21.00 น. สายลับได้ทำการเปิดห้อง 106 โรงแรมสุขาวดีฯ
ต่อมาเวลาประมาณ 21.30 น. น.ส.รพีพร ได้เดินทางมาพร้อมกับเด็กสาวอีก 2 คน เมื่อมาถึงห้อง 106 โรงแรมสุขาวดีฯ น.ส.รพีพรฯ ได้ทวงเงินค่าบริการเด็กทั้ง 2 จากสายลับ สายลับจึงได้ทำการโอนเงินไปยังบัญชีธนาคารไทยพาณิชย์ ชื่อบัญชี น.ส.รพีพร เป็นจำนวนเงิน 3,500 บาท ลงวันที่ 7 ก.พ. 2567 เวลา 22.02 น. เพื่อเป็นค่าบริการของ เด็กทั้งสองคนในราคา 1,500 บาท และ 2,000 บาท
ต่อมาเวลาประมาณ 22.45 น. ตำรวจกองกำกับการสวัสดิภาพเด็กและสตรีได้เข้าทำการช่วยเหลือเหยื่อจากการค้ามนุษย์ฯ ตรวจค้นภายในห้องดังกล่าวพบ น.ส.รพีพรฯ(ผู้ต้องหา) และเหยื่ออายุ 16 ปี ซึ่งกำลังนั่งดื่มอยู่กับสายลับ ก่อนการตรวจค้น ตำรวจได้แสดงความบริสุทธิ์ใจให้แก่ น.ส.รพีพรฯ ดูจนเป็นที่พอใจแล้ว และจากการสอบถาม ได้ให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า เป็นคนติดต่อชักชวนเหยื่อ เพื่อมารับงานเอ็นเตอร์เทน ในอัตราค่าบริการดังกล่าวข้างต้นที่ตกลงไว้กับสายลับ ซึ่ง น.ส.รพีพรฯ จะได้เงินจากการเป็นธุระจัดหาหญิงสาวคนละ 200 บาท ซึ่งจากการสอบถาม น.ส.รพีพรฯ ได้แสดงความบริสุทธิ์ใจโดยการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม ทำการตรวจสอบโทรศัพท์มือถือ พบสลิปโอนเงินจากบัญชีธนาคารไทยพาณิชย์ ชื่อบัญชี น.ส.รพีพร โอนเงินจำนวน 1,800 บาท ไปที่ บัญชีธนาคารกสิกรไทย ซึ่ง น.ส.รพีพรฯ ได้เงินจำนวน 200 บาท จากการเป็นธุระจัดหา เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้แจ้งแก่ น.ส.รพีพรฯ ว่าต้องถูกจับ และได้แจ้งให้ผู้ถูกจับทราบด้วยว่ามีสิทธิที่จะไม่ให้การหรือให้การก็ได้และถ้อยคำของผู้ถูกจับนั้นอาจใช้เป็น พยานหลักฐานในการพิจารณาคดีได้ มีสิทธิที่จะพบและปรึกษาทนายความ หรือผู้ที่ซึ่งจะเป็นทนายความ มีสิทธิแจ้งให้ญาติ หรือผู้ซึ่งตนไว้วางใจทราบถึงการจับกุม
จากนั้นตำรวจชุดจับกุมได้แจ้งข้อกล่าวหาให้ผู้ถูกจับทราบว่า “ค้ามนุษย์โดยการแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบจากการแสวงหาประโยชน์ทางเพศจากบุคคลอายุเกินกว่าสิบห้าปีแต่ไม่ถึง 18 ปี, พรากเด็กอายุเกินกว่าสิบห้าปีแต่ไม่เกินสิบแปดปีไปเสียจากบิดามารดา ผู้ปกครอง หรือผู้ดูแล เพื่อหากำไรหรือเพื่อการอนาจาร และชักจูง ยุยง ส่งเสริม หรือยินยอมให้เด็กประพฤติตนไม่สมควร หรือน่าจะทำให้เด็กมีความประพฤติเสี่ยงต่อการกระทำผิดและกระทำการอันมีลักษณะลามกอนาจารเพื่อให้ได้มาซึ่งค่าตอบแทนหรือเพื่อการใด, เพื่อสนองความใคร่ของผู้อื่น เป็นธุระจัดหา ล่อไป หรือพาไปเพื่อการอนาจารซึ่งชายหรือหญิง แม้ผู้นั้นจะยินยอมก็ตาม” ผู้ถูกจับทราบและเข้าใจข้อกล่าวหาและรายละเอียดเกี่ยวกับเหตุแห่งการจับกุมดีโดยตลอดแล้ว ผู้ถูกจับให้การรับสารภาพว่าตน เป็นธุระจัดหา และได้รับผลประโยชน์จริง โดยได้เงินจากการติดต่อชักชวนในครั้งนี้เป็นเงิน 200 บาท จากนั้นจึงควบคุมตัวผู้ถูกจับพร้อมด้วยของกลางส่งพนักงานสอบสวน สน.ชนะสงคราม เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป