วันนี้ (6 มี.ค. 67) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กลางดึกคืนวันที่ 5 มี.ค. 67 ที่ผ่านมา ช่วงเวลาเกือบเที่ยงคืน ตำรวจ สภ.ดอยสะเก็ด พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานเชียงใหม่ และมูลนิธิกู้ภัยสว่างสำเร็จเชียงใหม่ ร่วมกันเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุบริเวณหอพักไม่มีชื่อ หมู่ 3 ต.แม่คือ อ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่ หลังได้รับแจ้งเหตุทำร้ายร่างกายกันจนเสียชีวิต
จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุพบศพชายอายุ 45 ปี นอนเปลือยกายเสียชีวิต ห่างจากหน้าห้องพักที่เกิดเหตุเพียง 5 เมตร ตามร่างกายถูกฟันด้วยของมีคมหลายแผล และหน้าผากถูกสากทุบจนยุบ ใบหน้าเปื้อนไปด้วยเลือด ใกล้ศพผู้เสียชีวิต พบมีหญิงสาวอายุ 27 ปี อยู่ในสภาพเปลือยกายเช่นกัน ได้รับบาดเจ็บ เนื่องจากถูกสากทุบเข้าที่กรามจนหัก เจ้าหน้าที่จึงเร่งนำตัวหญิงที่ได้รับบาดเจ็บส่งโรงพยาบาล และสอบปากคำพยานแวดล้อมที่เกิดเหตุ
พ.ต.อ.ธงชัย กรรณิกา ผกก.สภ.ดอยสะเก็ด เปิดเผยว่า จากการสอบถามพยานแวดล้อมเบื้องต้น ทราบว่าผู้เสียชีวิตกับหญิงคนเจ็บเป็นกิ๊กกัน และมาอยู่ด้วยกันที่ห้องเช่าที่เกิดเหตุ ต่อมาแฟนของหญิงคนเจ็บกลับจากทำงานมาพบ จึงได้โมโหและลงมือทำร้ายร่างกายกิ๊กหนุ่มและหญิงสาว ก่อนจะลากทั้งสองคนไปทิ้งหน้าห้อง และนำชุดชั้นในทิ้งบนหลังคาหอพัก ก่อนจะขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีไป ซึ่งขณะนี้ตำรวจกำลังตรวจสอบกล้องวงจรปิดและเร่งติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดีแล้วหลังเกิดเหตุ
ขณะเดียวกันทางผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่จุดเกิดเหตุ พบว่าหอพักที่เกิดเหตุนั้นอยู่ในซอยและเป็นห้องเช่า 9 ห้อง มีสภาพทรุดโทรม ห้องที่เกิดเหตุเป็นห้องที่ 2 เป็นห้องของหญิงสาวพิการ ซึ่งเป็นเพื่อนห้องข้างๆของหญิงสาวที่ได้รับบาดเจ็บพักอยู่ที่ห้องที่ 4 กับแฟนหนุ่ม
จากการพูดคุยพยานที่เห็นเหตุการณ์ บอกว่า คืนเกิดเหตุกิ๊กหนุ่มที่เสียชีวิตได้มาเที่ยวหาหญิงสาวที่บาดเจ็บ ที่ห้องพักตน โดยที่แฟนหนุ่มของหญิงสาวที่บาดเจ็บไปทำงาน ซึ่งก่อนหน้านี้ก็นั่งดื่มเหล้ากันปกติ กระทั่งเวลาเที่ยงคืน แฟนหนุ่มของหญิงสาวที่บาดเจ็บได้มาเคาะห้อง ตนจึงเปิดประตูให้ กระทั่งเห็นแฟนสาวอยู่บนที่นอนด้วยกันกับผู้เสียชีวิต จึงได้ใช้เท้าเหยียบ หลังจากนั้นตนก็ไม่เห็นอะไรอีก เพราะตนกลัวรีบหนีเข้าห้องน้ำ แต่ได้ยินเสียงดังเอะอ๊ะโวยวาย หลังจากนั้นจึงแอบเปิดประตูออกมา เห็นที่นอนตนเองนั้นเลือดเต็มห้อง แล้วก็เห็นหญิงสาวกับผู้เสียชีวิตถูกลากไปหน้าห้องแล้ว ซึ่งตนรู้สึกตกใจมากทำอะไรไม่ถูก โทรศัพท์ก็ไม่มี ได้แค่พูดคุยกับแฟนหนุ่มของหญิงสาวผู้บาดเจ็บ และยังขอยืมโทรศัพท์ โทรแจ้งกู้ภัยให้มาช่วยนำตัวคนเจ็บส่งโรงพยาบาล หลังโทรศัพท์เสร็จ ผู้ก่อเหตุได้ขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีไป