รัฐมนตรียุติธรรม เผย วันอังคารนี้รับตัว “แป้ง นาโหนด” บินตรงจากจาการ์ต้า ลง นครศรีฯ ส่งพนักงานสอบสวน ยันไม่ต้องห่วงไม่มีใครมีอิทธิพลเหนือตำรวจ พร้อมย้ำ ต้องใช้เครื่องบิน ทอ. เพราะ ต้องดำเนินการตาม พ.ร.บ.อุ้มหาย และจะได้ไม่รบกวนผู้โดยสารอื่น
2 มิ.ย.67 พันตำรวจเอก ทวีสอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เปิดเผยว่า ในวันที่ 4 มิถุนายนนี้ จะนำตัว นายเชาวลิต ทองด้วง หรือ “แป้ง นาโหนด”จากกรุงจาการ์ตาประเทศอินโดนีเซีย บินตรงไปยังจังหวัดนครศรีธรรมราช เพื่อเข้าสู่กระบวนการสอบสวน ในคดีหลบหนีเรือนจำ จากนั้นพนักงานสอบสวนของตำรวจภูธรจังหวัดพัทลุง จะมารอ สอบปากคำและอายัดตัว และ เข้าสู่กระบวนฝากขังครั้งแรก แต่ไม่จำเป็นต้องฝากขังที่นครศรีธรรมราช อาจนำตัวมาที่กรุงเทพมหานครได้ โดยอธิบดีกรมราชทัณฑ์จะพิจารณา ว่าจะฝากขังไว้ที่ใด แต่จะเป็นเรือนจำที่มีความมั่นคงสูง เพื่อความปลอดภัย
พันตำรวจเอกทวี ยืนยันว่า แม้นายเชาวลิตจะเคยเป็นผู้มีอิทธิพลในจังหวัดนครศรีธรรมราช ก็จะไม่มีใครจะมีอิทธิพลไปกว่าตำรวจและพนักงานสอบสวน เพราะไม่ได้นำนายชวลิตเข้าเรือนจำที่ นครศรีธรรมราช ตัวของนายชวลิตจะอยู่ในที่ควบคุมของตำรวจเป็นเวลาเพียงแค่หนึ่งคืน
โดยสาเหตุที่ต้องพาผู้ต้องหาไปถึงจังหวัดนครศรีธรรมราชก็เพราะ จังหวัดนครศรีธรรมราชยังไม่มีระบบการฝากขังผ่านออนไลน์ จึงต้องนำผู้ต้องหาไปดำเนินคดีที่ที่นั่น ส่วนการฝากขังครั้งต่อไปสามารถฝากขังทางออนไลน์ได้
และที่ต้องใช้เครื่องบินของกองทัพอากาศเนื่องจาก เป็นนักโทษที่มีเครือข่ายและการรับตัวผู้ต้องหาอยู่ภายใต้พระราชบัญญัติซ้อมทรมานดังนั้นจะต้องมีการติดตั้งกล้องเพื่อถ่ายภาพผู้ต้องหาไว้ตลอดเวลาที่มีการเคลื่อนย้าย และเพื่อเป็นการให้ความยุติธรรมกับผู้ต้องหา ดังนั้นหากใช้เครื่องบินพาณิชย์อาจสร้างความวุ่นวาย และรบกวนผู้โดยสารคนอื่นได้
พันตำรวจเอกทวียอมรับด้วยว่า การจับกุมตัวนายชวลิตครั้งนี้ค่อนข้างยากเนื่องจากมีการวางแผนในการหลบหนีและซ่อนตัวหลายประเทศหลายเมือง โดยมีทีม ของกองบังคับการตำรวจภูธรภาค8และ 9 ประสานงาน กับตำรวจอินโดนีเซีย และตำรวจสากล เพื่อติดตามตัวนายชวลิต จนสามารถจับกุมตัวได้สำเร็จ
ซึ่งหลังจากนี้คณะกรรมการชุดพิเศษที่แต่งตั้งขึ้นติดตามคดีดังกล่าวก็จะมีการพิจารณาเพิ่มเติม ว่าจะต้องดำเนินคดีกับใครอีกหรือไม่
พันตำรวจเอกทวีเปิดเผยว่า เร็วๆนี้ จับกุมผู้ร้ายข้ามชาติคดีสำคัญ อีกหลายคดีด้วย