ชาวจีนโดดรถหนีตายจากแก๊งคอลเซนเตอร์ ซ่อนตัวใต้สะพาน โทร. ขอให้ตำรวจช่วย ตร.สุรินทร์แกะรอยจนพบ แก๊งคอลฯ เข้ามาตั้งสาขาในพื้นที่ บุกค้นรังเจอพาสปอร์ตคนจีนจำนวนมาก พร้อมอุปกรณ์ผ่าเล่ม เชื่อมโยงทั้งคอลเซนเตอร์-ค้ามนุษย์ มีไทยเทา เวียดนามเทา จีนเทา ร่วมแก๊ง
แก๊งคอลเซนเตอร์ วันนี้ (10 ก.พ.68) ศูนย์วิทยุศรีไผท สภ.เมืองสุรินทร์ ได้รับแจ้งว่า มีชาวจีนโทรศัพท์ขอความช่วยเหลือ อยู่ที่บริเวณใต้สะพานลอย ใกล้แยกบ้านดงมัน ต.คอโค อ.เมือง จ.สุรินทร์ จึงได้ประสานไปยัง ร.ต.อ.อุทัย ดวงดี ร้อยเวร สภ.เมืองสุรินทร์ พร้อมพลขับ รุดเข้าตรวจสอบและให้ความช่วยเหลือ
ที่เกิดเหตุพบชายชาวจีน นั่งอยู่ใต้สะพานลอยในอาการตกใจกลัว ทราบชื่อคือ นายซู ลี อายุ 29 ปี สอบถามทราบว่า ชายชาวจีนถูกหลอกพาตัวมาเพื่อบังคับให้ทำงานแก๊งคอลเซนเตอร์ เมื่อรถยนต์ขับมาก่อนถึงบริเวณสะพานลอย จึงตัดสินใจกระโดดหนีแล้วหลบอยู่สักพัก ก่อนโทรศัพท์แจ้งตำรวจให้เข้ามาช่วยเหลือ
ร.ต.อ.อุทัย ได้นำตัวนายซู ลี มายัง สภ.เมืองสุรินทร์ แล้วรายงานข้อเท็จจริงเบื้องต้นให้ผู้บังคับบัญชา ทราบว่า ชายชาวจีนให้ข้อมูลว่ามีแก๊งคอลเซนเตอร์เข้ามาพักอาศัยอยู่ในจังหวัดสุรินทร์ นำไปสู่การประชุมพนักงานสอบสวนติดตามแก๊งคอลเซนเตอร์โดยขยายผลสืบสวนสอบสวนจากขบวนการลักลอบขนต่างด้าวฯ ตำรวจชุดสืบสวนสะกดรอย ได้ติดตามบุคคลที่มาเยี่ยมชาวเวียดนาม หนึ่งในขบวนการที่ถูกจับกุมได้ก่อนหน้านี้ พบว่าผู้ต้องสงสัยเดินทางกลับไปยังอาคารพาณิชย์ 2 ชั้น ต.ท่าสว่าง อ.เมือง จ.สุรินทร์ ตำรวจจึงเฝ้าสังเกตจนพบความเคลื่อนไหวของชาวเวียดนาม จึงแสดงตัวเข้าตรวจค้นอาคารพาณิชย์ทั้ง 2 คูหา
ภายในอาคารพาณิชย์ ต้องสงสัย พบชาวเวียดนาม อยู่ในอาคารคูหาละ 2 คน ตรวจค้นเบื้องต้นพบพาสปอร์ตของคนสัญชาติจีน หลายเล่ม และอุปกรณ์ในการจัดทำ ผ่า และสวมเล่มพาสปอร์ต ชี้ให้เห็นถึงขบวนการจัดทำพาสปอร์ตปลอม ชุดสืบสวนอยู่ระหว่างการรวบรวมจัดทำบัญชีของกลาง พร้อมนำตัวผู้ต้องสงสัยทั้งหมดไปยัง สภ.เมืองสุรินทร์ เพื่อสอบสวนดำเนินคดีต่อไป
ล่าสุด พล.ต.ท.วัฒนา ยี่จีน ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค3 พร้อมด้วยรองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 เดินทางมาติดตามคดี ด้วยตนเอง โดยเรียกประชุมด่วนคณะพนักงานสอบสวน ก่อนเข้าตรวจสอบบ้ายพักในตำบลท่าสว่าง และตำบลคอโค ซึ่งปรากฎหลักฐาน น่าเชื่อว่า เชื่อมโยงกับแก๊งคอลเซนเตอร์ในฝั่งโอร์เสม็ด ประเทศกัมพูชา ก่อนลอบเข้ามาฝั่งไทย
จากการตรวนค้นพบอุปกรณ์ที่ใช้ในการปลอมแปลงพาสปอร์ต จำนวนมาก เตรียมจะไปยังฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน คาดว่ามีทั้งชาวไทย ชาวเวียดนาม และชาวจีน ร่วมอยู่ในขบวนการดังกล่าว ทั้งแก๊งคอลเซนเตอร์ และค้ามนุษย์