สนามข่าว 7 สี - ผู้ป่วยใช้สิทธิประกันสังคม เกือบต้องพิการ หลังประสบอุบัติเหตุลื่นล้ม ขากรรไกรหัก แต่แพทย์โรงพยาบาลเอกชนวินิจฉัย แค่ฟันหัก ถอนฟัน เย็บคางก็หาย
อย่าปล่อยผ่าน ! วินิจฉัยผิด หวิดพิการ
ชายอายุ 42 ปี มีอาการหน้ามืด ประสบอุบัติเหตุลื่นล้ม ทำให้ใบหน้ากระแทกพื้นปูนหน้าบ้านอย่างแรง เหตุเกิดตั้งแต่วันที่ 18 กุมภาพันธ์ และตัวเขาถูกนำส่งโรงพยาบาลเอกชน ที่จังหวัดนนทบุรี โดยใช้สิทธิรักษาตามประกันสังคม
แพทย์เย็บแผลที่คางไป 6 เข็ม และต้องถอนฟันที่หัก 6 ซี่ แต่เบิก-จ่าย ได้แค่ 900 บาท ที่เหลือต้องจ่ายเอง
ถอนฟันได้แค่ 2 ซี่ ผู้ป่วยมีอาการปวดกระพุ้งแก้ม จึงต้องหยุดถอน วัดถัดมาเริ่มมีอาการเจ็บลิ้นจากบาดแผลที่ล้ม ทำให้อ้าปากไม่ได้ แต่แพทย์แจ้งว่าไม่มีอะไร ให้กลับบ้านได้เลย
ผู้ป่วยมีนัดล้างแผลที่คางทุกวัน ทุกครั้งจะบอกพยาบาลว่าเจ็บกระพุ้งแก้ม แต่คำตอบที่ได้รับ คืออาการเจ็บปวดแบบนี้ เป็นเรื่องธรรมดา
ผ่านไป 5 วัน ครบกำหนดตัดไหม ก็ยังเจ็บกระพุ้งแก้ม แพทย์ก็ให้รอดูอาการ 2 สัปดาห์ ถ้ายังปวดค่อยมาใหม่
28 กุมภาพันธ์ อาการเริ่มทรุด ครอบครัวตัดสินใจนำส่งศูนย์การแพทย์มหาวิทยาลัยธนบุรี พบขากรรไกรหักทั้ง 2 ข้าง ต้องส่งต่อไปโรงพยาบาลมหาจักรีสิรินธร มหาวิทยาลัยมหิดล
คราวนี้ เข้ารับการเอกซเรย์แบบ 3 มิติ ผลก็คือ ขากรรไกรหักแตกละเอียด ที่หนักกว่า คือ ขากรรไกรอีกข้างหลุด คางกระดูกแตกหัก ต้องผ่าตัดด่วน
ผู้ป่วยแจ้งกับโรงพยาบาลตามสิทธิประกันสังคม ขอมารักษาที่โรงพยาบาลมหาจักรีสิรินธร แต่โดนปฏิเสธ
สุดท้าย ขอรักษาชีวิตตัวเองไว้ก่อน ยอมเสียเงินเอง สภาพผู้ป่วยตอนนี้ ยังต้องรัดหนังยางเพื่อดึงเหงือกและฟันไม่ให้ทรุดลง แต่ละมื้อแต่ละวัน ต้องใช้หลอดหยอดน้ำข้าวต้มแทน
หญิงท้อง แต่จ่ายยาทำแท้ง
อีกกรณีเกิดขึ้นกับคุณแม่ป้ายแดง ตั้งท้องลูกคนแรกได้ 2 เดือน แต่มีอาการตกเลือด ไปโรงพยาบาลตามสิทธิประกันสังคม ที่จังหวัดปทุมธานี คำตอบที่ได้ยินแทบใจสลาย เธอแท้งลูกแบบธรรมชาติ แพทย์จ่ายยาสำหรับคนแท้ง และให้กลับบ้าน
นานวันเข้า ทำไมท้องใหญ่ขึ้น จึงไปตรวจครรภ์ใหม่กับอีกโรงพยาบาล แพทย์แจ้งว่า ครรภ์ยังปกติ เด็กในท้องยังมีการเจริญเติบโต คราวนี้ ช็อกยิ่งกว่า แล้วยาที่กินไปจะส่งผลกับลูกในครรภ์หรือไม่
ทั้ง 2 กรณี จะมีการตรวจสอบข้อเท็จจริงโดย สบส. และสำนักงานประกันสังคม โดยเฉพาะกรณีสาวตั้งครรภ์กินยาปฏิชีวนะ ต้องตรวจอย่างละเอียดถึงผลกระทบต่อเด็กในท้องด้วย