เจาะประเด็นข่าว 7HD - กรณีรถอเนกประสงค์คันหนึ่ง ขับพุ่งชนรถจักรยานยนต์ที่จังหวัดบุรีรัมย์ ทำให้มีเด็กเสียชีวิต 2 คน ทั้งคู่เป็นพี่-น้องกัน โดยญาติของผู้เสียชีวิตให้ข้อมูลว่าสาเหตุมาจากลูกของหญิงคนขับรถอเนกประสงค์ หักพวงมาลัยรถเล่น วันนี้คู่กรณีชี้แจง ข้อมูลดังกล่าวเป็นเรื่องเข้าใจผิด ยอมรับเธอเองที่ขับรถประมาท จนเกิดความสูญเสีย
รถอเนกประสงค์คันนี้เสียหลักตกลงไปร่องน้ำริมถนนสายสตึก-โนนจำปา อำเภอสตึก จังหวัดบุรีรัมย์ โดยสภาพฝากระโปรงรถ, กันชนและซุ้มล้อหน้าพังเสียหายอย่างหนัก ในรถมีคนขับเป็นผู้หญิง อายุ 43 ปี มาพร้อมกับลูกชายอายุ 12 ขวบ และ ลูกชายอายุ 2 ขวบ ทั้งหมดอยู่ในอาการตกใจเสียขวัญ
เนื่องจากประสบอุบัติเหตุพุ่งชนกับรถจักรยานยนต์ เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 2 คน เป็นเด็กหญิงอายุ 13 ปี และเด็กชายอายุ 9 ขวบ เหตุเกิดช่วงเย็นวานนี้ (22 มี.ค.)
ย่าของผู้เสียชีวิต เล่าทั้งน้ำตา หลานทั้งคู่กำลังขี่รถจักรยานยนต์ออกจากบ้านเพื่อไปซื้อก๋วยเตี๋ยวกิน ขณะเกิดเหตุเห็นรถอเนกประสงค์พุ่งข้ามเลนมาชน จนตัวหลานลอยกระเด็นไปไกล โดยหลานชายตัวติดค้างอยู่ใต้ท้องรถคันก่อเหตุ ส่วนหลานสาวซึ่งเป็นคนขี่รถจักรยานยนต์นอนหายใจรวยรินอยู่บนถนน เธอร้องตะโกนบอกสามีให้วิ่งไปช่วยหลาน แต่ก็ไม่ทัน
ในเสียงเรียกแทนตัวเองว่า ยาย-ตา แต่จริง ๆ แล้วหญิงคนนี้เธอมีศักดิ์เป็นย่าของผู้เสียชีวิต ครอบครัวยอมรับว่ายากทำใจ เพราะเห็นหลานที่เลี้ยงมาตั้งแต่เล็กด่วนจากไปต่อหน้าตา โดยหลานสาวมีความฝันว่าอยากทำเป็นนางพยาบาล
หลังเกิดเหตุ ผู้เป็นย่าได้เข้าไปถามหญิงอายุ 43 ปี (คนขับรถอเนกประสงค์) ว่าทำไมถึงขับรถแบบนี้ ได้ความว่า ขับรถมาโดยมีลูกคนเล็กนั่งอยู่บนตัก ส่วนที่เบาะข้างคนขับมีลูกชายคนโต จังหวะที่ลูกคนเล็กบอกกลัว ๆ แม่จึงก้มหน้าไปดู ประกอบกับลูกคนเล็กใช้มือจับหักพวงมาลัยรถ เมื่อแหงนหน้ามองทางอีกครั้ง รถก็ข้ามเลนไปชนกับรถจักรยานยนต์แล้ว
ทีมข่าวมีโอกาสได้พูดคุยกับหญิงอายุ 43 ปี เธอระบุรู้สึกไม่สบายใจที่ญาติของคู่กรณีออกมาให้ข่าวแบบนี้ เพราะในความเป็นจริงแล้ว เธอได้ให้ลูกชายอายุ 2 ขวบ นั่งอยู่บนคาร์ซีท ตำแหน่งเบาะข้างคนขับ
ส่วนลูกชายอายุ 12 ขวบ โดยสารอยู่ที่เบาะหลัง จังหวะที่กำลังขับรถมาตามทาง ซึ่งเป็นทางโค้งเล็กน้อย ลูกชายคนเล็กพูดบอกแม่ว่า กลัว ๆ จากนั้นก็ใช้มือปิดตาตัวเอง ก่อนที่ลูกจะอาเจียนออกมา เธอจึงบอกให้ลูกชายคนโตหยิบกระดาษทิชชูมาเช็ดให้น้อง เมื่อหันกลับมามองทางอีกที รถก็พุ่งชนกับรถจักรยานยนต์แล้ว
หญิงอายุ 43 ปี พูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ ทีแรกเธอก็คิดว่าเป็นความฝัน แต่พอเห็นถุงลมนิรภัยทำงาน ลูก ๆ ก็ได้รับบาดเจ็บ และมีคนเสียชีวิตด้วย จึงทำให้รู้สึกเสียใจมาก
อุบัติเหตุไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น หญิงอายุ 43 ปี ยืนยันอีกว่าเธอขับรถมาด้วยความเร็วเฉลี่ย 70-80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ทั้งนี้เธอยินดีเยียวยาครอบครัวผู้สูญเสีย ยิ่งได้ทราบว่าย่ากับปู่เลี้ยงหลาน 2 คนมาเพียงลำพัง สำหรับรถคันนี้ทำประกันภัยทั้งภาคบังคับ และภาคสมัครใจ รวมเป็นเงินไม่น้อยกว่า 3 ล้านบาท
ด้วยประเด็นที่เกิดขึ้น หลายคนตั้งข้อสังเกต รถคันนี้ติดกล้องทั้งด้านหน้าและด้านหลังรถ แล้วภาพอยู่ไหน ตำรวจตรวจสอบเบื้องต้นไม่พบเมมโมรีการ์ดกล้องติดรถ
หญิงคนขับยืนยันว่าไม่ได้ถอดเมมโมรีการ์ดออกหลังเกิดอุบัติเหตุ ผู้สื่อข่าวจึงขอดูภาพที่บันทึกไว้ เธอยินยอม แต่เมื่อเปิดดูคลิปกลับไม่พบจังหวะที่เกิดอุบัติเหตุชนกับรถจักรยานยนต์ ซึ่งตำรวจจะได้สอบสวนข้อเท็จจริงเพิ่มเติมต่อไป ขอญาติผู้เสียชีวิตอย่ากังวลใจ