พบ “พลายงาเดียว” ล้ม ในสวนร้าง จ.นครนายก หลังก่อนหน้านี้เพิ่งเป็นข่าวถูกบ่วงรัดที่งวงและถูกช่วยเหลือแล้ว ทาง จนท.เร่งส่งผ่าซากเพื่อทำการชันสูตรหาสาเหตุการตาย
วันนี้ (31 มี.ค. 68) ชาวบ้านได้กลิ่นเหม็นมานานกว่า 2 วันในสวนร้าง หลังวัดบ้านดง หมู่ 1 ต.สาริกา อ.เมือง จ.นครนายก จึงรีบแจ้งเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ เข้าตรวจสอบ เป็นเป็นซากช้างป่า “พลายงาเดียว”
โดย นายชุมพลภัทร์ เลาหะพานิช นายกองค์การบริหารส่วนตำบลสาริกา พร้อมเจ้าหน้าที่สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 1 (ปราจีนบุรี) พร้อมทีมสัตวแพทย์ และตำรวจ ได้เข้ามาตรวจสอบบริเวณดังกล่างหลังได้รับการยืนยันจากเจ้าหน้าที่ชุดเฝ้าระวังช้างป่า ตำบลสาริกา ว่า พบช้างป่านอนตายอยู่ในสวนร้าง เมื่อตรวจสอบรูปลักษณะพบว่าเป็น “พลายงาเดียว”
ก่อนหน้านี้ “พลายงาเดียว” เป็นข่าวว่าถูกบ่วงรัดที่ง่วง ทางเจ้าหน้าที่สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 1 (ปราจีนบุรี) พร้อมทีมสัตวแพทย์ และทีมตอบโต้ภัยพิบัติ ได้ช่วยกันค้นหาจนพบตัวและทำการยิงยาสลบแล้วปลดบ่วงออกจากง่วงได้สำเร็จ ก่อนจะปล่อยให้ฟื้นจากยาสลบและให้หากินตามธรรมชาติ เมื่อวันที่ 24 มีนาคมที่ผ่านมา จนกระทั้งผ่านมาประมาณ 7 วัน ก็พบว่า “พลายงาเดียว” ล้มตาย ซึ่งบริเวณจุดที่พบก็คือจุดที่เจ้าหน้าที่ช่วยปลดบ่อวงออกจากงวง
โดย น.ส.นิดา ขนายงาม นายก อบจ.นครนายก ได้เดินทางมาถึงและให้การสนับสนุนรถแบ็กโฮและรถ 10 ล้อ สำหรับเคลื่อนย้าย “พลายงาเดียว” ซึ่งนายกองค์การบริหารส่วนตำบลสาริกา ได้นำรถแทรกเตอร์มาทำการถางทางเพื่อที่จะให้รถ 10 ล้อ และรถแบ็กโฮเข้ามาทำการเคลื่อนย้ายซากช้าง แต่ด้วยสภาพซากที่เริ่มเน่าขึ้นอืดและมีแก๊สในตัว จึงต้องทำการเจาะระบายแก๊สออกก่อน จากนั้นได้ใช้รถแบ็กโฮขุดหลุมลึกและให้รถ 10 ล้อถอยลงไป จากนั้นได้ยกซากช้างลอยขึ้นและใส่รถ 10 ล้อ โดยใช้ระยะเวลา 7 ชม. จึงสามารถเริ่มเคลื่อนย้ายออกจากจุดเกิดเหตุได้ และจะนำซาก “พลายงาเดียว” ไปยังหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ข.ญ 13 เพื่อให้ทีมสัตวแพทย์ของกรมอุทยานทำการผ่าซากเพื่อทำการชันสูตรหาสาเหตุการตาย