เช้านี้ที่หมอชิต - ประเด็นระหว่าง "ไทย - กัมพูชา" เดินทางมาถึงจุดหัวเลี้ยวหัวต่อสำคัญอีกครั้ง หลังจากเสร็จสิ้นการประชุม JBC ที่กรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา เมื่อวาน
แต่ถ้าไล่เรียงกันตามไทม์ไลน์ต้องบอกว่า กัมพูชาเปิดเกมก่อน ด้วยการปล่อยเอกสารแถลงข่าวหลังการประชุมฯ เนื้อหาสาระต้องบอกว่า "เหมือนกับ" ทางการไทยยินยอม กลับไปใช้แผนที่ 1 ต่อ 200,000 เมื่อร้อยกว่าปีก่อน
แต่ต่อมาทางการไทยตอบโต้กลางดึก 2 รอบ ปฏิเสธว่า ไม่ได้หารือประเด็นนี้ ที่สำคัญทางการไทยแสดงท่าทีผิดหวังต่อกัมพูชาที่ไม่จริงใจ และไม่ใช้กลไกทวิภาคีพูดคุยแก้ปัญหา
ไล่เรียงการประชุม JBC เพื่อหารือแก้ไขปัญหาชายแดนไทย - กัมพูชา ครั้งที่ 6 จบลงไป โดยฝ่ายไทยนำโดยนายประศาสน์ ประศาสน์วินิจฉัย ประธานคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา ฝ่ายไทย ส่วนกัมพูชานำโดยนายฬำ เจีย ประธานคณะกรรมาธิการร่วมฝ่ายกัมพูชา
ภายหลังการประชุมมีการจับไม้จับมือกันตามพิธีการหลังมีการลงนามบันทึกการประชุมร่วมกัน และเบื้องต้นมีรายงานว่า ผลการประชุมออกมาเป็นที่น่าพอใจ มีการหารือราบรื่นอย่างมิตรประเทศ เตรียมที่จะหารืออีกครั้งในเดือนกันยายนที่จะถึงนี้
อย่างไรก็ตาม หลังจากนั้นกระทรวงกิจการชายแดนของกัมพูชา ได้ออกแถลงการณ์ผ่านสื่อฯ หลักของกัมพูชา อ้างว่า ทั้ง 2 ฝ่ายเห็นพ้องอนุมัติวาระการประชุม 4 หัวข้อหลัก ซึ่งเกี่ยวกับการดำเนินการสำรวจเขตแดนร่วมกัน
อย่างไรก็ตาม ในแถลงการณ์ฉบับเดียวกัน และกลายเป็นประเด็นสำคัญ คือ กัมพูชาอ้างว่า ได้ขอให้ไทย ร่วมมือกับกัมพูชา นำ "ข้อพิพาทชายแดน" 4 พื้นที่เข้าสู่การพิจารณาของศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ แม้ฝ่ายไทยปฏิเสธเขตอำนาจของศาลฯ รวมถึงพื้นที่ทั้ง 4 แห่งจะไม่ถูกนำมาหารือในการประชุม JBC อีกต่อไป
นอกจากนี้ทางการกัมพูชา อ้างว่าทั้ง 2 ฝ่าย ได้ตกลงที่จะใช้แผนที่มาตราส่วน 1 ต่อ 200,000 ตามเจตนารมณ์ของอนุสัญญาฝรั่งเศส - สยามปี 1904 และ สนธิสัญญาฝรั่งเศส-สยามปี 1907 เพื่อปักปันเขตแดน ซึ่งทางการไทยใช้แผนที่มาตราส่วน 1 ต่อ 50,000 ดังนั้น หากเป็นไปตามที่กัมพูชาอ้างมา เท่ากับว่าไทยจะเสียเปรียบ
ในช่วงท้ายของแถลงการณ์ กัมพูชาปฏิเสธเด็ดขาด ที่จะยอมรับแผนที่ที่ไทยวาดขึ้นโดยฝ่ายเดียวและใช้เป็นข้อมูลอ้างอิงอีกด้วย
นี่เป็นท่าทีของฝ่ายกัมพูชาที่ออกแถลงการณ์ออกมาเพียงฝ่ายเดียว ไม่ใช่แถลงการณ์ร่วมระหว่าง 2 ประเทศ ซึ่งถ้าไล่เรียงเหตุการณ์ต่าง ๆ จะพบว่าก่อนหน้าที่การประชุม JBC จะจบลง
นายกรัฐมนตรีฮุน มาเนต ของกัมพูชา โพสต์ภาพ และข้อความในเฟซบุ๊กยืนยันว่า รัฐบาลกัมพูชา ได้ส่งจดหมายอย่างเป็นทางการถึงศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ เพื่อขอแก้ไขข้อพิพาทชายแดน บริเวณปราสาทตาเมือนธม, ปราสาทตาเมือนโต๊ด, ปราสาทตาควาย และบริเวณสามเหลี่ยมมรกต ซึ่งเป็นวันเดียวกันกับเมื่อ 63 ปีที่แล้วที่กัมพูชา ชนะประเด็นเขาวัดพระวิหาร ในวันที่ 15 มิถุนายน 2506
หลังจากนี้ต้องจับตาการแถลงข่าวอย่างเป็นทางการจากกระทรวงการต่างประเทศ ซึ่งมีรายงานว่า นายประศาสน์ฯ ประธานคณะกรรมาธิการฯ ฝ่ายไทย จะแถลงด้วยตนเอง
ต้องดูว่าหลังจากนี้กระทรวงการต่างประเทศ จะมีมาตรการโต้ตอบทางการกัมพูชาอย่างไร
หลังจากนั้นหลายฝ่ายจับตามองไปที่การแถลงท่าทีของกระทรวงการต่างประเทศ หลังกัมพูชาชิงเปิดเกมปล่อยแถลงการณ์ออกมาก่อน
และสังคมไทยตั้งคำถามอย่างหนัก ถึงประเด็นที่ทางการกัมพูชา "อ้างว่า" ไทยร่วมตกลงใช้แผนที่มาตราส่วน 1 ต่อ 200,000
กระทั่งช่วงค่ำ กระทรวงการต่างประเทศ โพสต์เฟซบุ๊ด ชี้แจงสั้น ๆ ถึงประเด็นดังกล่าว เพราะทำให้เกิดความเข้าใจผิดในวงกว้าง
โดยยืนยันว่า การประชุม JBC ที่เพิ่งเสร็จสิ้นไปเมื่อช่วงบ่ายวานนี้ ไม่ได้มีหารือประเด็นกัมพูชาจะนำพื้นที่ 4 จุด เข้าสู่การพิจารณาของศาลโลก และไม่ได้หารือประเด็นแผนที่ 1 ต่อ 200,000 ตามที่กัมพูชาอ้างแต่อย่างใด
สังเกตให้ดีว่า ทางการไทยไม่ได้ใช้คำว่า "พื้นที่พิพาท 4 จุด" แต่ใช้คำว่า "พื้นที่ 4 จุด"
หลังจากนั้นกระทรวงการต่างประเทศ เผยแพร่เอกสารการแถลงข่าวผ่านเว็บไซต์กระทรวงฯ ชี้แจงผลการประชุม JBC
ซึ่งสาระสำคัญที่มีการหารือ และตกลงร่วมกัน คือ ประเด็นด้านเทคนิคในการสำรวจพื้นที่ชายแดน และการจัดทำแผนที่ภาพถ่ายทางอากาศเท่านั้น
นอกจากนี้ในกรณีที่กัมพูชา อ้างว่าทั้ง 2 ประเทศตกลงร่วมกันที่จะใช้แผนที่มาตราส่วน 1 ต่อ 200,000 หรือกรณีที่อ้างว่ามีการหารือประเด็นที่กัมพูชาจะนำ "พื้นที่ 4 จุด" เข้าสู่การพิจารณาของศาลโลกนั้น กระทรวงการต่างประเทศ ยืนยันว่า "ไม่ได้มีการหารือแต่อย่างใด"
และยังชี้แจงด้วยว่า ไทยจำเป็นต้องป้องกันตัวจากการถูกกัมพูชาโจมตีก่อน น่าจะเหตุปะทะเมื่อเดือนที่แล้ว รวมถึงผิดหวังที่กัมพูชาเลือกที่จะปิดประตูการเจรจาอย่างสันติใน 4 พื้นที่ และย้ำจุดยืนที่ทั้ง 2 ฝ่ายต้องยึดมั่น MOU 2543 ที่เห็นชอบร่วมกัน โดยไม่รุกล้ำเขตแดนหรือเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมระหว่างกัน
กระทรวงการต่างประเทศ ระบุด้วยว่า "ฝ่ายไทยแสดงความผิดหวังเป็นอย่างยิ่ง ต่อการที่ฝ่ายกัมพูชายังไม่ยอมร่วมมือกับไทย ในการแก้ไขปัญหาเฉพาะและลดความตึงเครียดระหว่างกัน แต่ยังเดินหน้านำเรื่องพื้นที่ 4 จุด ไปสู่การพิจารณาของ ICJ ซึ่งสะท้อนว่าฝ่ายกัมพูชาขาดความตั้งใจจริง ในการใช้กลไกทวิภาคีต่าง ๆ ที่มีอยู่ร่วมกันบนพื้นฐานของความเป็นเพื่อนบ้านที่ดี"
และนี่คือความเคลื่อนไหวล่าสุดหลังจากที่มีการประชุม JBC เสร็จสิ้น ก่อนที่ทางการกัมพูชาและทางการไทย จะแถลงข่าวออกมา ชนิดที่เรียกได้ว่าหนังคนละม้วน