เจาะประเด็นข่าว 7HD - สถานการณ์น้ำภาคเหนือ ที่จังหวัดเพชรบูณ์ หลังเกิดน้ำกัดเซาะ และดันพนังกั้นน้ำขาด ทะลักเข้าท่วมเขตเทศบาลเมืองหล่มสัก อย่างรวดเร็ว ล่าสุดน้ำเริ่มลดลงแล้ว
เป็นภาพนาทีแนวพนังกั้นน้ำ ที่มีการเสริมกระสอบทรายพังลงมา เมื่อบ่ายวานนี้ (20 ก.ย.) ทำให้มวลน้ำในแม่น้ำป่าสักที่ไหลเชี่ยวแรง เพิ่มสูงเกินกว่าตลิ่ง 1 เมตร 18 เซนติเมตร ไหลทะลักเข้าท่วมถนนเลียบแม่น้ำอย่างรวดเร็ว แผงกั้นจราจรลอยไปกับกระแสน้ำ เอ่อเข้าพื้นที่เศรษฐกิจ หลายชุมชนในเขตเทศบาลเมืองหล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์
โดยตลอดทั้งคืน เจ้าหน้าที่จังหวัดเพชรบูรณ์ ระดมกำลังใช้แท่งแบร์ริเออร์วางเป็นชั้นแรก จากนั้นใช้ถุงบิ๊กแบ็กบรรจุทรายทับลงไป และใช้เสาไฟฟ้ากดทับลงไปอีกที กระทั่งเวลาประมาณเที่ยงคืน จึงสามารถควบคุมสถานการณ์ไว้ได้ จนระดับน้ำตามจุดสำคัญต่าง ๆ เริ่มลดลงต่อเนื่อง แต่บางเส้นทางในเขตเทศบาล ยังไม่สามารถสัญจรได้ ส่วนแนวกั้นที่แตกยังมีน้ำรั่วซึม คาดว่าหากระดับน้ำลดลงจะซ่อมปิดได้สมบูรณ์เพื่อป้องกันเหตุซ้ำอีกครั้ง
วันนี้ (21 ก.ย.) ทีมข่าวลงพื้นที่ไปสำรวจ พบว่าระดับน้ำเริ่มลดลง ประชาชนเริ่มเข้าทำความสะอาดบ้านเรือน และร้านค้า เก็บข้าวของเข้าที่ โดยมีหน่วยงานราชการ ตำรวจ และรถน้ำดับเพลิงของเทศบาลเมืองหล่มสัก เข้าช่วยเหลือประชาชน
ด้าน นางทักษอร สว่างวโรรส เจ้าของร้านสลากกินแบ่งรัฐบาล เผยว่า น้ำท่วมครั้งนี้มาไม่มาก น้ำมาเร็ว และลงเร็ว หากเทียบกับรอบที่แล้ว ชาวบ้านก็ตื่นตัว และเตรียมพร้อมอยู่ตลอด หลังได้รับข้อความแจ้งเตือน ทำให้สามารถป้องกัน และเคลื่อนย้ายสิ่งของได้ทันเวลา พร้อมทั้งชื่นชมเจ้าหน้าที่เทศบาลเมืองหล่มสัก ที่เข้ามาช่วยแก้ไขสถานการณ์ในจุดที่พนังกั้นน้ำพัง ได้เป็นอย่างดี และทันต่อเหตุการณ์
ขณะที่ นายกิตติ พั้วช่วย นายกเทศมนตรีเมืองหล่มสัก พร้อมทีมงาน ลงพื้นที่ไปตรวจสอบบริเวณจุดที่พนังกั้นน้ำแตก ระบุว่า ขณะนี้ยังต้องใช้บิ๊กแบ็ก แบริเออร์ และเสาไฟฟ้าเป็นแนวกั้นชั่วคราว เนื่องจากน้ำยังคงมีต่อเนื่อง ยอมรับว่าหล่มสักมักเผชิญน้ำท่วมไม่ต่ำกว่า 3 รอบต่อปี และคาดว่าอาจมีมวลน้ำระลอกใหม่เข้ามาในวันพรุ่งนี้