เจาะประเด็นข่าว 7HD - 3 ปี ที่ผ่านมา คอลัมน์หมายเลข 7 เกาะติดโครงการอนุรักษ์และฟื้นฟูป่าชายเลน จังหวัดสมุทรปราการ โดยใช้นวัตกรรมโกงกางเทียม โดยเฉพาะสัญญาที่ 2 ซึ่ง ป.ป.ช.ประจำจังหวัดสมุทรปราการ พบข้อพิรุธบางประการ และคาดว่าเตรียมเสนอคณะกรรมการ ป.ป.ช.พิจารณาตั้งไต่สวน ปลายปีนี้ รายละเอียดความคืบหน้าเรื่องนี้เป็นอย่างไร ติดตามได้จากคอลัมน์หมายเลข 7
เป็นเวลากว่า 3 ปี ที่โครงการอนุรักษ์และฟื้นฟูป่าชายเลน จังหวัดสมุทรปราการ โดยใช้นวัตกรรมโกงกางเทียม หรือ ซีออส ถูกสังคมตั้งคำถามถึงความคุ้มค่า เมื่อเปรียบเทียบกับงบประมาณที่สูญเสียไป
โดยเฉพาะสัญญาที่ 2 ซึ่งเป็นโครงการต่อเนื่อง งบประมาณ 618,379,000 บาท จัดซื้อ 41,924 ชุด หรือเฉลี่ยชุดละ 14,750 บาท
สัญญานี้ ลงนามโดย นางสาวนันทิดา แก้วบัวสาย นายก อบจ.สมุทรปราการ ในขณะนั้น รายละเอียดระบุชัดเจนว่า จะติดตั้งโกงกางเทียม บริเวณชายฝั่งทะเล ตำบลบางปู และ ตำบลบางปูใหม่ อำเภอเมืองสมุทรปราการ
แต่ปรากฏว่า โครงการฯ กลับถูกแก้ไขสัญญา โยกย้ายไปติดตั้งในพื้นที่พระสมุทรเจดีย์ นาเกลือ และป้อมพระจุลจอมเกล้า อ้างว่าชาวบ้านร้องขอ ซึ่งผู้อำนวยการสำนักงาน ป.ป.ช.ประจำจังหวัดสมุทรปราการ มองว่าอาจไม่สัมพันธ์กับรายละเอียดเดิมของโครงการฯ
ข้อมูลจาก ป.ป.ช.ประจำจังหวัดสมุทรปราการ ยังพบว่า ปัจจุบันผู้รับจ้างยังไม่ได้รับเบิกเงินงวดที่ 30 ซึ่งเป็นงวดสุดท้าย ที่ติดตั้ง 4,460 ชุด โดยตามสัญญา กำหนดให้จ่าย 34 ล้านบาท หรือร้อยละ 5.5 ของวงเงินค่าจ้าง และยังตั้งข้อสังเกตว่า แม้ไม่ได้รับเงินงวดสุดท้าย หรืออาจมีเงินเบิกล่วงหน้าไปแล้วหรือไม่
โดยคาดว่าภายในเดือนกันยายน 2569 สำนักงาน ป.ป.ช.ประจำจังหวัดสมุทรปราการ จะเสนอเรื่องต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. เพื่อพิจารณาว่าจะตั้งไต่สวนหรือไม่ ในประเด็นเกี่ยวกับความคุ้มค่าตามวัตถุประสงค์ของโครงการ และการใช้จ่ายงบประมาณแผ่นดิน
ไม่เฉพาะสัญญาที่ 2 เท่านั้น แต่สำนักงาน ป.ป.ช.ประจำจังหวัดสมุทรปราการ จะตรวจสอบสัญญาแรก งบประมาณ 427,602,500 บาท
ซึ่งมีนายวิมล มงคลเจริญ ปลัด อบจ.สมุทรปราการ ในขณะนั้น เป็นผู้ลงนาม ว่าเป็นไปตามระเบียบหลักเกณฑ์ และใช้ประโยชน์ตามวัตถุประสงค์หรือไม่ อีกด้วย
โครงการอนุรักษ์และฟื้นฟูป่าชายเลน จังหวัดสมุทรปราการ โดยใช้นวัตกรรมโกงกางเทียม เป็นโครงการที่มีประโยชน์ หากดำเนินงานตรงตามวัตถุประสงค์ เพื่อป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งในพื้นที่หาดโคลน ดินเลน เร่งตะกอนหลังแนวป้องกันคลื่น เพื่อเตรียมพื้นที่ปลูกป่าชายเลนเพิ่มเติม และเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ต่อระบบนิเวศป่าชายเลน
ไม่ใช่มุ่งหวังเพียงใช้จ่ายงบประมาณมหาศาล ซึ่ง 2 สัญญา รวมกว่า 1,000 ล้านบาท แต่ผลสัมฤทธิ์กลับไม่ตอบโจทย์วัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้ นั่นเท่ากับว่า การใช้จ่ายเงินแผ่นดินสูญเปล่า ละลายไปกับคลื่นใต้ทะเล ที่ยังจับมือใครดมไม่ได้