สูบน้ำท่วมขังออกจากโรงพยาบาล จ.สุโขทัย

View icon 89
วันที่ 11 พ.ย. 2568 | 11.06 น.
ห้องข่าวภาคเที่ยง
แชร์
ห้องข่าวภาคเที่ยง - สถานการณ์น้ำเหนือ เรียกว่าสถานการณ์ยังน่าเป็นห่วง น้ำเต็มพิกัด และส่งผลกระทบให้ผู้ประสบภัยน้ำท่วมใช้ชีวิตยากลำบาก 

สูบน้ำท่วมขังออกจากโรงพยาบาล จ.สุโขทัย
นี่เป็นภาพมุมสูงของอ่างเก็บน้ำแม่มอก ในพื้นที่อำเภอเถิน จังหวัดลำปาง เขตติดต่ออำเภอทุ่งเสลี่ยม จังหวัดสุโขทัย ที่มีน้ำเต็มพิกัด ทำให้น้ำล้นสปิลเวย์ และหลากเข้าสู่จังหวัดสุโขทัย ผ่านทางคลองแม่รำพัน

ส่งผลให้ขณะนี้ ยังมีน้ำท่วมในพื้นที่ฝั่งเมืองตะวันตกของจังหวัดสุโขทัย อย่างด้านหน้าโรงพยาบาลสุโขทัย การเข้าออกของผู้ป่วยเป็นไปด้วยความยากลำบาก ซึ่งทางโรงพยาบาลได้ติดตั้งเครื่องสูบน้ำ เร่งระบายน้ําท่วมขังภายในบริเวณโรงพยาบาล

จังหวัดสุโขทัยได้ประกาศเตือนเพิ่มเติม ให้เฝ้าระวังน้ำยมล้นตลิ่ง เนื่องจากจะมีน้ำหลากลงมาจากจังหวัดแพร่ จะมาถึงจังหวัดสุโขทัยใน 2 วันนี้

น้ำยังท่วมทุ่งบางระกำกว่าแสนไร่ จ.พิษณุโลก
ขณะที่สถานการณ์ในพื้นที่ทุ่งบางระกำ จังหวัดพิษณุโลก ยังมีน้ำท่วมประมาณ 150,000 ไร่ มีน้ำค้างทุ่งอีกประมาณ 212 ล้านลูกบาศก์เมตร ลดลงวันละประมาณ 10 ล้านลูกบาศก์เมตร ผ่านแม่น้ำยม

ส่วนชาวบ้านที่ยังได้รับผลกระทบ อย่างที่บ้านวังกุ่ม ตำบลบางระกำ อำเภอบางระกำ ถึงแม้ว่าน้ำลดลงไปแล้ว 2 เมตร แต่น้ำยังท่วมเกือบถึงหน้าต่างบ้านชั้นแรก ทำให้ยังไม่สามารถขนข้าวของกลับไปลงไว้ในบ้านได้ตามปกติ และชาวบ้านยังรอเงินเยียวยา 9,000 บาท เพื่อจะเอาไปซ่อมบ้านที่พังจากน้ำท่วม

ปูกระสอบทรายนอนกับน้ำ จ.ชัยนาท
เป็นภาพที่ นางอุทิศ ชาวบ้านที่มีบ้านชั้นเดียว ในพื้นที่ตำบลบ้านกล้วย อำเภอเมืองชัยนาท ถูกน้ำท่วมบ้านมา 4 วันแล้ว แต่ไม่มีที่อื่นให้อพยพไป จึงต้องทนนอนอยู่กับน้ำ ต้องเอากระสอบทรายมาปูนอนแทนเตียง พร้อมกับสัตว์เลี้ยง

ขณะที่ บริเวณท่าน้ำหน้าวัดป่าเจ้าพระยา ตำบลบ้านกล้วย อำเภอเมืองชัยนาท ซึ่งเป็นที่ประดิษฐาน หลวงพ่อใหญ่ พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ของจังหวัดชัยนาท ถูกน้ำท่วมสูงกว่า 35 เซนติเมตร ชาวบ้านช่วยกันขนอิฐมาหนุน ตู้อาหารปลาหยอดเหรียญ ให้สูงขึ้นพ้นจากน้ำ เพื่อไม่ให้จมน้ำเสียหาย ซึ่งทั้งหมดเป็นผลมาจาก เขื่อนเจ้าพระยาเพิ่มการระบายน้ำ เป็น 2,900 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที

เกินต้าน คันดินกั้นแม่น้ำเจ้าพระยาแตก จ.สิงห์บุรี
ช่วง 20.00 น. ของเมื่อวานนี้ คันดินที่กั้นแม่น้ำเจ้าพระยาแตก ในพื้นที่หมู่ 1 ตำบลบ้านหม้อ อำเภอพรหมบุรี จังหวัดสิงห์บุรี โดยคันดินดังกล่าวสร้างขึ้นเพื่อใช้สำหรับกั้นน้ำจากแม่น้ำ ไม่ให้ไหลเข้าสู่ประตูระบายน้ำเก้าชั่งแห่งใหม่ ที่อยู่ระหว่างก่อสร้าง ซึ่งปัจจุบันมีเพียงโครงสร้างแต่ยังไม่ได้ติดตั้งบานประตูระบายน้ำ ส่งผลให้น้ำไหลทะลุลอดผ่านไปยังฝั่งตะวันออก มุ่งหน้าสู่พื้นที่ตำบลบ้านเบิก อำเภอท่าวุ้ง จังหวัดลพบุรี

เจ้าหน้าที่และประชาชน เร่งทำกระสอบทรายบิกแบ็ก เพื่อซ่อมคันดินกั้นน้ำ หากไม่สามารถซ่อมได้ ประตูระบายน้ำพังลง โดยมวลน้ำจะไหลไปตำบลบางน้ำเชี่ยว และตำบลบ้านหม้อ รวมถึงทุ่งนาในอำเภอท่าวุ้ง จังหวัดลพบุรี และพื้นที่จังหวัดอ่างทอง รวมถึงพระนครศรีอยุธยา ต่อไป

นอกจากนี้ เมื่อช่วงเวลาประมาณเที่ยงคืน ชุมชนบ้านบางแคในเทศบาลเมืองสิงห์บุรี เกิดน้ำทะลักลอดใต้เขื่อน ส่งผลให้น้ำหลากเข้าท่วมชุมชนอย่างรวดเร็ว

เทศบาลเมืองสิงห์บุรีได้ประกาศให้ประชาชนย้ายยานพาหนะและเก็บของขึ้นสู่ที่สูงเพื่อความปลอดภัย ซึ่งประชาชนเร่งเคลื่อนย้ายยานพาหนะไปยังถนนสิงห์บุรี 311 และศาลหลักเมืองสิงห์บุรี

จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ทยอยถอนเครื่องสูบน้ำตรงจุดดังกล่าวออกเพื่อนำบิกแบ็กมาวางเป็นแนวป้องกั้น เพื่อให้ประชาชนได้มีเวลาขนย้ายสิ่งของ