ห้องข่าวภาคเที่ยง - ขณะที่ ต้นทางน้ำจากอำเภอสะเดาที่ไหลเข้าท่วมอำเภอหาดใหญ่ ล่าสุดวันนี้อำเภอสะเดาก็ยังสถานการณ์น่าเป็นห่วง มีน้ำท่วมสูงและเชี่ยวแรงหลายจุดที่รอระบายไปยังอำเภอหาดใหญ่อีก หลาย ๆ บ้านน่าห่วงมีทั้งเด็ก ผู้สูงอายุ รอคอยความช่วยเหลือบนหลังคาบ้านอย่างมีความหวัง
เป็นภาพเจ้าหน้าที่อาสาสมัคร ลุยน้ำเข้าช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างยากลำบากในพื้นที่อำเภอสะเดา อย่างครอบครัวนี้ มีทั้งเด็กและผู้สูงอายุ รวม 11 ชีวิต ต้องอพยพขึ้นไปอยู่บนหลังคาบ้าน หลังน้ำในบ้านท่วมสูงจนอยู่ไม่ได้แล้ว ฝนก็ยังตกไม่หยุด กระแสน้ำรอบบ้านเชี่ยวแรงจนหลังคาเริ่มทรุด ทุกคนได้แต่นั่งมองเจ้าหน้าที่ด้วยความหวังว่าจะได้รับการช่วยเหลือ
จนถึงขณะนี้ยังไม่สามารถช่วยได้ เพราะกระแสน้ำแรงมาก และมวลน้ำก้อนนี้จะไหลไปที่อำเภอหาดใหญ่อีก
คราวนี้ไปดูข้อจำกัดของการระบายน้ำ สู่ปัญหาที่ทำให้คลี่คลายวิกฤตน้ำท่วมหาดใหญ่ค่อนข้างยากลำบาก ระบบระบายน้ำหลักติดขัดตรงไหนจนทำงานไม่เต็มประสิทธิภาพ
เหมือนที่เราทราบว่า ปริมาณน้ำฝนตกหนักต่อเนื่อง จนเกิดการสะสมทำให้น้ำไหลบ่ามาจากเขาคอหงส์ และน้ำจากทั่วสารทิศ โดยเฉพาะที่อำเภอสะเดาไหลมารวมกันอยู่ที่ลุ่มต่ำ เป็นแอ่งกระทะ ของอำเภอหาดใหญ่ มวลน้ำมหาศาลทำให้น้ำที่ระบายมาจากคลองอู่ตะเภา ระยะทาง 116 กิโลเมตร และคลอง ร.1 ระยะทาง 24 กิโลเมตร รับน้ำไม่ไหว จนไหลบ่าท่วมพื้นที่ ขยายวงกว้างมากขึ้น
การระบายน้ำลงพื้นที่ทะเลสาบสงขลา ก็ยากลำบาก มีปัจจัยหลัก ๆ คือ การขยายเมือง ก่อสร้างบ้านจัดสรร รวมถึงการก่อสร้างถนนลพบุรีราเมศวร์ เพื่อเลี่ยงเมืองหาดใหญ่ไปจังหวัดสงขลา ถนนเส้นนี้กลายเป็นขวางทางน้ำ ที่จะไหลลงสู่ทะเลสาบสงขลา เทียบเป็นผนังกั้นน้ำดี ๆ นี่เอง
แม้ภาครัฐจะระดมเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่กว่า 30 เครื่องก็ไม่อาจคลี่คลายสถานการณ์ได้เร็ว เพราะช่วงนี้บวกกับน้ำทะเลหนุนสูงต่อเนื่องจะถึงวันที่ 30 พฤศจิกายน
มีคำถามว่าแล้วแบบนี้เราจะแก้อย่างไรดี ก็มีหลายคนแสดงความคิดเห็นมีการทบทวน ทำอุโมงค์ลอดทางน้ำใต้ถนนลพบุรีและได้ไหม ขยายคลองอู่ตะเภาให้กว้างมากขึ้นได้หรือไม่ รวมถึงการทบทวนการอนุมัติถมพื้นที่ก่อสร้างบ้านจัดสรรที่ขวางทางน้ำ เพื่อหาทางป้องกันในอนาคต เพราะไม่มีใครบอกได้ว่าอุทกภัยใหญ่ครั้งนี้จะเป็นครั้งสุดท้ายหรือไม่ ?