สาวแม่ลูกอ่อน ให้กำลังทหารไทยรบชนะกัมพูชา แม้ต้องหอบลูกวัย 2 เดือน หนีการปะทะมาอาศัยศูนย์อพยพ
จากสถานการณ์การณ์ความไม่สงบด้านชายแดนไทย-กัมูชา ที่มีการยิงปะทะกันเมื่อวาน (7 ธ.ค. 68) จนทางจังหวัดศรีสะเกษ ได้มีการประกาศให้ชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา ด้านอำเภอกันทรลักษ์ อพยพออกจากนอกพื้นที่ตามแผนที่จังหวัดศรีสะเกษวางไว้
ล่าสุดเช้าวันนี้ (8 ธ.ค. 68) ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ไปสำรวจศูนย์อพยพตามอำเภอต่างๆ พบว่ามีประชาชนเดินทางมาขออาศัยพักที่ศูนย์อพยพกันหนาแน่น โดยประชาชนได้เข้าพักอาศัยกันตั้งแต่เมื่อคืน มีการเปิดโรงครัวทำกับข้าว อาหาร ให้ผู้อพยพได้กินกัน
ผู้สื่อข่าวได้เข้าไปพูดคุยกับ นางสาวจุฑามาศ อายุ 30 ปี ซึ่งได้เปิดเผยว่า ตนอยู่หมู่บ้านภูมิซรอล จากเหตุการณ์ยิงปะทะกันระหว่างไทยกัมพูชาครั้งที่ผ่านมาตนทำงานที่ชลบุรีและตั้งท้องได้ 7 เดือน มาครั้งนี้เกิดยิงปะทะกันอีกครั้งที่ 2 ตนลางานกลับมาคลอดลูกได้เดือนกว่าๆ
หลังจากที่ผู้ใหญ่บ้านประกาศให้รีบอพยพออกจากพื้นที่ ตนอพยพมาตั้งแต่เมื่อวานตนเตรียมสิ่งของเครื่องใช้ของลูกแทบไม่ทันเพราะเหตุการณ์มันเร็วมากและไม่เคยเห็นและไม่คิดว่าจะเกิด จากสถานการณ์ที่เกิดขึ้นการใช้ชีวิตค่อนข้างลำบากต้องมีค่าใช้จ่ายค่าน้ำมันรถถ้าอยู่ค่ากิน ลำพังตัวเองก็ไม่เท่าไหร่แต่ตนรู้สึกเป็นห่วงลูกที่ยังเล็กอายุเพียง 2 เดือน ตนอยากให้เหตุการณ์สงบโดยเร็วอยากกลับไปอยู่บ้านสงสารชาวบ้านที่ต้องใช้ชีวิตอยู่ลำบาก อยู่ที่ศูนย์พักพิงใช้ชีวิตไม่สะดวกในชีวิตลำบากมาก ตนขอกำลังใจให้ทหารทุกท่านทุกนายสู้รบให้ชนะและปลอดภัย
ด้าน นางอัมรา อายุ 55 ปี เล่าให้ผู้สื่อข่าวฟังว่า เมื่อวาน (7 ธ.ค. 68) หลังได้ยิงประกาศจากผู้ใหญ่บ้านตนรีบเก็บข้าวของแล้วอพยพมาพร้อมกับลูก หลาน และญาติ มีเพียงสามี และพ่อตา ที่ไม่ยอมมา เนื่องจากยังอยากจะรอดูสถานการณ์ก่อนว่าจะเป็นยังไง ซึ่งล่าสุดเมื่อเช้าวันนี้ (8 ธ.ค. 68) สามีของตนบอกว่าสถานการณ์ในพื้นที่ตั้งแต่เช้ามีการยิงกันหนักมากแล้ว ชาวบ้านที่ไม่ได้อพยพออกมาผู้นำหมู่บ้าน เจ้าหน้าที่ ชรบ. เจ้าหน้าที่ตำรวจ เค้าให้ไปหลบในบังเกอร์ ก่อน และไม่ให้ออกมานอกพื้นที่ คนนอกก็ไม่ให้เข้า ตอนนี้ตนห่วงสามี กับพ่อตา มาก อย่างจะฝากให้ทั้ง 2 คน ดูแลตัวเอง และฝากถึงทหารให้ระวังตัว และสู้ๆ ด้วย ชาวบ้านจะเป็นกำลังใจให้