สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจ ดังนี้

View icon 180
วันที่ 4 ม.ค. 2569 | 20.01 น.
ข่าวในพระราชสำนัก
แชร์
เวลา 12.55 น. วันนี้ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปยังเทวสถาน สำหรับพระนคร (โบสถ์พราหมณ์) ในการพระราชพิธีตรียัมพวาย-ตรีปวาย เนื่องในโอกาสทรงเจริญพระชนมายุ 70 พรรษา 2 เมษายน 2568 โอกาสนี้ ทรงวางพวงมาลัย และทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการท้ายที่นั่งบูชาเทพสำคัญองค์ต่าง ๆ ในศาสนาพราหมณ์-ฮินดู ได้แก่ เทวสถานพระพรหม ประดิษฐานเทวรูปพระพรหม (พระผู้สร้าง) ตั้งอยู่กลางบ่อน้ำ สร้างขึ้นเมื่อปี 2515, เทวสถานพระศิวลึงค์ สักการะบูชาเพื่อความเจริญก้าวหน้า ความสำเร็จ และพลังอำนาจ ชาวฮินดูเชื่อว่าการบูชาศิวลึงค์ทำให้ร่ำรวยมีโชคลาภ, เทวสถานพระพิฆเนศ เป็นโบสถ์กลาง ภายในประดิษฐานเทวรูปพระพิฆเนศวร ทำจากหินเกรนิต หินทราย หินเขียว และสำริด, เทวสถานพระนารายณ์ หรือโบสถ์ริม ภายในประดิษฐานบุษบก 3 องค์ เคียงกันประกอบด้วยเทวรูป พระลักษมี พระนารายณ์ และ พระภูมีเทวี ตรงกลางโบสถ์มีเสาลักษณะคล้ายเสาชิงช้าขนาดย่อม สำหรับประกอบพิธีช้าหงส์

เทวสถานพระอิศวร เป็นโบสถ์ใหญ่ ภายในประดิษฐานเทวรูปพระอิศวร และมีเทวรูปขนาดกลางอีก 31 องค์ ประดิษฐานในเบญจา ด้านหลังเบญจา มีศิวลึงค์ 2 องค์ ด้านหน้าเบญจา มีชั้นลดประดิษฐานเทวรูปพระพรหม 3 องค์ และพระสรัสวดี สองข้างแท่นลด มีเทวรูปพระอิศวรทรงโคนันทิ และพระอุมาทรงโคนันทิ ด้านซ้ายเป็นที่ประดิษฐานเทวรูปนางกระดานสามองค์ ใช้ในการพระราชพิธีตรียัมพวาย-ตรีปวาย ประกอบด้วย นางกระดานพระแม่ธรณี พระคงคา พระอาทิตย์ และพระจันทร์ ตรงกลางโบสถ์ มีเสาลักษณะคล้ายเสาชิงช้า สำหรับประกอบพิธีช้าหงส์ ในพระราชพิธีตรียัมพวาย-ตรีปวาย

โอกาสนี้ ประธานพระครูพราหมณ์ ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายเทวรูปพระแม่ปารวตี หรือ พระแม่อุมา แล้วทรงพระสุร่าย ทรงเจิมเทวรูป เสร็จแล้วพระราชทานพระราชวโรกาสให้ ประธานพระครูพราหมณ์ ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายน้ำเทพมนตร์ และถวายใบมะตูม พระราชพิธีตรียัมพวาย-ตรีปวาย มีมาตั้งแต่รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช เป็นการพระราชพิธีประจำ เพื่อบูชาสรรเสริญพระอิศวร พระนารายณ์ และ พระพรหม ในวันแรม 1 ค่ำ เดือนยี่ ซึ่งเป็นวันที่เชิญพระนารายณ์ พระอิศวร และพระพรหม เสด็จเยี่ยมโลกพร้อมกัน เป็นมงคลอย่างยิ่ง และในปี 2568 เป็นปีมหามงคลที่สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเจริญพระชนมายุ 70 พรรษา คณะพราหมณ์ จึงพร้อมใจกันจัดขึ้น เพื่อความเป็นสิริมงคล ทั้งนี้ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้สร้างเทวสถาน สำหรับพระนคร ขึ้นเมื่อปี 2327 ปัจจุบันมีอายุ 242 ปี และได้ขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานสำคัญของชาติ ประกาศไว้ในราชกิจจานุเบกษา เมื่อปี 2492

เวลา 17.35 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ไปเมรุหลวงหน้าพลับพลาอิศริยาภรณ์ วัดเทพศิรินทราวาส ในการพระราชทานเพลิงศพ หม่อมเจ้าอุทัยเที่ยง ชยางกูร ซึ่งสิ้นชีพตักษัยด้วยภาวะเลือดออกในทางเดินอาหาร เมื่อวันที่ 5 มกราคม 2568 สิริชันษา 94 ปี

หม่อมเจ้าอุทัยเที่ยง ชยางกูร ประสูติเมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2473 ทรงเป็นพระธิดาในพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหมื่นพงษาดิศรมหิป อดีตองคมนตรีในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และหม่อมแหวนศุลี ชยางกูร ณ อยุธยา (สกุลเดิม บุญยมาลิก) และทรงเป็นพระราชนัดดาใน ในพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหามงกุฎ พระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระสยามเทวมหามกุฏวิทยมหาราช รัชกาลที่ 4 ทรงสำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนราชินี และทรงงานที่กรมการบินพาณิชย์ กระทรวงคมนาคม จนกระทั่งทรงเกษียณอายุราชการ ในปี 2533

ข่าวอื่นในหมวด