‘บิ๊กเต่า’ หอบสำนวน 1 หมื่นหน้ากระดาษ ยื่น ป.ป.ช. ฟัน 6 ราย เอี่ยวสินบน พร้อมยื่นคัดค้าน 1 ในกรรมการ ป.ป.ช. ร่วมไต่สวน ยันทำคดี ‘บิ๊กโจ๊ก’ ไปตามข้อเท็จจริง ไม่ได้กลั่นแกล้ง
วันนี้ (5 ม.ค.69) พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (รอง ผบช.ก.) พร้อมด้วยคณะพนักงานสอบสวน ได้นำสำนวนการสอบสวนและพยานหลักฐานสำคัญ เข้ายื่นต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อดำเนินการกับกลุ่มเจ้าหน้าที่รัฐและบุคคลที่เกี่ยวข้อง ภายหลังจากการสืบสวนพบพฤติการณ์การให้สินบนเพื่อแลกเปลี่ยนกับการช่วยเหลือทางคดี
พล.ต.ต.จรูญเกียรติ เปิดเผยว่า นำสำนวนคดีมาส่งมอบและยื่นเรื่องเพื่อคัดค้านกรรมการ ป.ป.ช. 1 ท่าน โดยขอให้ระงับการเข้าร่วมพิจารณาหรือไต่สวนในคดีนี้ เนื่องจากมีข้อเท็จจริงปรากฏว่ากรรมการท่านดังกล่าวอาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องราวที่เกิดขึ้น นอกจากนี้ ยังเตรียมดำเนินการยื่นหนังสือรายงานไปยังประธานวุฒิสภา (สว.) เพื่อให้รับทราบถึงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับความเชื่อมโยงของกรรมการ ป.ป.ช. คนดังกล่าวด้วย
สำหรับความคืบหน้าของคดี พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ยืนยันว่า การสอบสวนเสร็จสิ้นไปแล้วกว่า 90% และมั่นใจในน้ำหนักพยานหลักฐาน ว่าเพียงพอที่จะดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดได้ ปัจจุบันได้แจ้งข้อกล่าวหากับบุคคลที่เกี่ยวข้องรวม 6 ราย ซึ่งมีทั้งผู้ที่เข้ารับทราบข้อกล่าวหาเรียบร้อยแล้วและผู้ที่อยู่ระหว่างการดำเนินการ
พล.ต.ต.จรูญเกียรติ เปิดเผยด้วยว่า พยานหลักฐานที่นำมายื่นมี 7 ใบ รวม 38 แฟ้ม เอกสารประมาณ 10,000 หน้า พร้อมด้วยคลิปวิดีโอหลักฐานอีกจำนวนหนึ่ง โดยระบุรายละเอียดของผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 6 ราย เป็นข้าราชการ 2 ราย อดีตข้าราชการ 2 ราย และพลเรือน 2 ราย ส่วนความคืบหน้าของคดีอีกร้อยละ 10 ที่เหลือ อยู่ระหว่างการพิจารณาของพนักงานสอบสวนว่าจำเป็นต้องสอบปากคำพยานเพิ่มเติมหรือไม่
“ยืนยันว่าดำเนินการไปตามข้อเท็จจริง ไม่มีการกลั่นแกล้ง ส่วนตัวไม่ได้มีความโกรธเคืองกันและขอให้กำลังใจทุกฝ่ายในการต่อสู้คดี” บิ๊กเต่ายืนยัน
พร้อมกันนี้ ได้ชี้แจงถึงกรณีข้อมูลที่ได้รับจาก พ.ต.อ.ภาคภูมิ พิศมัย อดีตนายตำรวจคนสนิทของ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ว่าไม่ใช่การออกมาแฉ แต่เป็นการเปิดเผยความจริงถึงช่วงเวลาที่ต้องทำงานร่วมกับผู้บังคับบัญชาที่ขาดคุณธรรม ถูกเอารัดเอาเปรียบและโยนความผิด ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะนำไปสู่การสะสางคดีอื่น ๆ ต่อไป
สำหรับขั้นตอนการดำเนินการหลังจากนี้ ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ว่าจะดำเนินการไต่สวนเองหรือส่งสำนวนกลับมาให้ตำรวจ หากมีการส่งเรื่องกลับมา ยอมรับว่ากระบวนการของตำรวจในระบบกล่าวหานั้นจะใช้เวลาน้อยกว่าระบบไต่สวนของ ป.ป.ช. โดยคาดว่าจะใช้เวลาไม่กี่เดือนในการสรุปสั่งฟ้องหรือไม่ฟ้องได้ ทั้งนี้ คาดว่าจะมีความชัดเจนเรื่องแนวทางการทำสำนวนภายในสัปดาห์นี้ พร้อมย้ำว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นถือเป็นเรื่องการกระทำผิดของปัจเจกบุคคล ไม่ได้สะท้อนภาพรวมความเลวร้ายของทั้งองค์กร
ในช่วงท้าย พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ยังได้กล่าวถึงกรณีคดีของ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล อดีต ผบ.ตร. และพวก ที่ถูกกล่าวหาเรื่องความเชื่อมโยงกับเว็บพนันว่า ขณะนี้อยู่ในความรับผิดชอบของ 2 องค์กรอิสระ คือ ป.ป.ช. และคณะกรรมการพิจารณาเรื่องร้องเรียนตำรวจ (ก.ร.ตร.) ซึ่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติไม่สามารถเข้าไปแทรกแซงได้
ขอยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ไม่มีความลำเอียงหรือเลือกปฏิบัติระหว่าง พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ และ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ เหตุผลที่คดีของ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ มีความคืบหน้าเร็วกว่า เป็นเพราะกระบวนการสอบสวนได้เริ่มต้นมาตั้งแต่สมัย พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ เป็น ผบ.ตร. และมีการตรวจพบเส้นทางการเงินที่เชื่อมโยงชัดเจน จึงขอให้สังคมเข้าใจข้อเท็จจริงตามระเบียบกฎหมาย ไม่ให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนจากกระแสในโซเชียลมีเดีย