ฝุ่น PM2.5 หลายพื้นที่ยังน่าเป็นห่วง รัฐบาลเตือนประชาชนเพิ่มความระมัดระวัง ดูแลสุขภาพอย่างใกล้ชิด หลีกเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง หากมีความจำเป็นต้องออกนอกอาคาร ควรสวมหน้ากาก โดยเฉพาะเด็ก ผู้สูงอายุ สตรีมีครรภ์ และผู้ที่มีโรคประจำตัว ควรอยู่ภายในอาคารและลดการสัมผัสฝุ่นให้มากที่สุด
นางสาว ลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยรายงานสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 จากข้อมูลการตรวจวัดคุณภาพอากาศล่าสุด ประเมินจากแผนที่ตรวจวัดฝุ่น PM2.5 พบว่า หลายพื้นที่ของประเทศไทยมีค่าฝุ่นอยู่ในระดับเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพไปจนถึงระดับอันตรายต่อสุขภาพ ซึ่งยังเป็นสถานการณ์ที่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือหลายพื้นที่ อาทิ จังหวัดอุดรธานี ขอนแก่น นครราชสีมา และพื้นที่ใกล้เคียง ตรวจพบค่าฝุ่น PM2.5 อยู่ในช่วงประมาณ 150–180 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร จัดอยู่ในระดับมีผลกระทบต่อสุขภาพอย่างรุนแรง ขณะที่ภาคเหนือ รวมถึงพื้นที่ประเทศลาวตอนบน โดยเฉพาะบริเวณจังหวัดเชียงใหม่ ลำปาง และพื้นที่ลุ่มแม่น้ำโขง ตรวจพบค่าฝุ่นในช่วงประมาณ 60–130 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร อยู่ในระดับเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพถึงมีผลกระทบต่อสุขภาพ
สำหรับภาคกลางตอนบน พบค่าฝุ่น PM2.5 ในช่วงประมาณ 110–160 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร หลายพื้นที่อยู่ในระดับมีผลกระทบต่อสุขภาพ ขณะที่ภาคตะวันออกและภาคใต้ตอนบน ค่าฝุ่นส่วนใหญ่อยู่ในช่วงประมาณ 60–90 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร จัดอยู่ในระดับเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ
นางสาวลลิดา กล่าวเพิ่มเติมว่า จากการประเมินเชิงวิชาการ ค่าฝุ่นที่ตรวจพบยังคงสูงกว่าค่ามาตรฐานขององค์การอนามัยโลก (WHO) ซึ่งกำหนดค่าเฉลี่ยรายปีไม่เกิน 5 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตรหลายเท่าตัว โดยฝุ่นละอองขนาดเล็กสามารถแทรกซึมเข้าสู่ถุงลมปอดและกระแสเลือด ส่งผลกระทบต่อระบบทางเดินหายใจ ระบบหัวใจและหลอดเลือด และเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคเรื้อรังในระยะยาว ทั้งนี้สถานการณ์ดังกล่าวสอดคล้องกับสภาพอากาศนิ่ง ลมอ่อน การสะสมของมลพิษ และอิทธิพลของหมอกควันข้ามพรมแดน
หน่วยงานด้านสาธารณสุขขอความร่วมมือประชาชนหลีกเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีค่าฝุ่น PM2.5 เกิน 50 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร หากมีความจำเป็นต้องออกนอกอาคาร ควรสวมหน้ากากป้องกันฝุ่นชนิด N95 หรือเทียบเท่า และดูแลสุขภาพอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะเด็ก ผู้สูงอายุ สตรีมีครรภ์ และผู้ที่มีโรคประจำตัว ควรอยู่ภายในอาคารและลดการสัมผัสฝุ่นให้มากที่สุด
ทั้งนี้ ขอให้ประชาชนติดตามข้อมูลคุณภาพอากาศและประกาศเตือนจากหน่วยงานราชการอย่างต่อเนื่อง และปฏิบัติตามคำแนะนำด้านสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด เพื่อป้องกันผลกระทบต่อสุขภาพในช่วงที่สถานการณ์ฝุ่นละอองยังอยู่ในระดับน่าเป็นห่วง โดยสามารถติดตามข้อมูลคุณภาพอากาศได้ทางเว็บไซต์ Air4Thai.pcd.go.th หรือแอปพลิเคชัน Air4Thai