รวบแก๊งบัญชีม้า ลวงแรงงานจะพาไปทำงานสาธารณรัฐเช็กพบเสียหายกว่าหนึ่งแสนบาท

รวบแก๊งบัญชีม้า ลวงแรงงานจะพาไปทำงานสาธารณรัฐเช็กพบเสียหายกว่าหนึ่งแสนบาท

View icon 43
วันที่ 20 ม.ค. 2569 | 17.50 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ (บก.ปคม.) ร่วมกันจับกุม นายเอกรินทร์ฯ อายุ 37 ปี เป็นผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่ 4268/2568 ลง 22 กรกฎาคม 2568 ซึ่งต้องหาว่ากระทำผิดฐาน “ร่วมกันหลอกผู้อื่นว่าสามารถหางาน หรือสามารถส่งไปฝึกงานในต่างประเทศได้ และโดยการหลอกลวงดังว่านั้นได้ไปซึ่งเงินหรือทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดจากผู้ถูกหลอกลวง”

สืบเนื่องจากกลุ่มผู้เสียหายจำนวนหลายราย ได้ถูกหลอกลวงจากผู้ใช้งานแอปพลิเคชันไลน์ชื่อ “jj” ซึ่งอ้างว่าสามารถจัดหาพาไปทำงานนวด และงานพี่เลี้ยงเด็กที่เมืองปราก ประเทศสาธารณรัฐเช็ก

โดยผู้ใช้ไลน์ชื่อ “jj” หลอกให้ผู้เสียหายโอนเงินเป็นค่าดำเนินการให้ก่อน หากได้ทำงานแล้วค่อยคืนเงิน และได้ส่งเลขบัญชีธนาคารมาให้ผู้เสียหาย เมื่อกลุ่มผู้เสียหายหลงเชื่อ จึงได้โอนเงินไปยังบัญชีธนาคารที่แจ้งเพื่อชำระเงินค่าดำเนินการ

กระทั่งเมื่อกลุ่มผู้เสียหายโอนเงินแล้ว ก็ไม่สามารถติดต่อกับบัญชีผู้ใช้งานไลน์นั้นได้อีก จึงรู้ตัวว่าถูกหลอกลวง ไม่สามารถเดินทางไปทำงานได้จริง ทำให้ได้รับความเสียหาย รวมมูลค่าความเสียหาย 128,500 บาท

เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม 2568 กลุ่มผู้เสียหาย จึงได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวนกก.4
บก.ปคม.ให้ดำเนินคดีกับผู้ที่หลอกลวงผู้เสียหายตามกฎหมาย ซึ่งพนักงานสอบสวน ได้รวบรวบพยานหลักฐานในการกระทำความผิด และออกหมายเรียกผู้ต้องหา จำนวน 2 ราย คือ
1. นายกิตติพงษ์ฯ ผู้ต้องหาที่ 1 มาพบพนักงานสอบสวนตามหมายเรียกผู้ต้องหา พนักงานสอบสวนจึงได้แจ้งข้อกล่าวหา ซึ่งนายกิตติพงษ์ฯ ได้ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา
2. นายเอกรินทร์ฯ ผู้ต้องหาที่ 2 ไม่มาพบพนักงานสอบสวนตามหมายเรียกผู้ต้องหา พนักงานสอบสวน
จึงยื่นคำร้องต่อศาลออกหมายจับ ตามหมายจับศาลอาญา ที่ 4268/2568 ลงวันที่ 22 กรกฎาคม 2568 

จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.4 บก.ปคม. ได้ทำการสืบสวน กระทั่งทราบว่านายเอกรินทร์ฯ หลบซ่อนตัวอยู่ในย่านชุมชนแออัด กรุงเทพมหานครฯ ซึ่งยากต่อการจับกุม จึงได้เฝ้าคอยสังเกตติดตามเรื่อยมา โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม พบเห็นบุคคลมีตำหนิรูปพรรณคล้ายกับนายเอกรินทร์ฯ จึงได้แสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ สอบถามจนทราบว่าเป็นบุคคลตามหมายจับฉบับนี้จริง จึงได้ทำการจับกุมตัวผู้ต้องหา พร้อมนำส่งพนักงานสอบสวนกก.4 บก.ปคม. เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

ในชั้นจับกุม ผู้ต้องหาให้การว่าเมื่อประมาณปี 2566 ได้ขายบัญชีธนาคารให้กับบุคคลซึ่งเป็นเพื่อนของเพื่อนตน ในราคาบัญชีละ 500 บาท หลังจากนั้นก็ไม่ได้ติดต่อกันอีก กระทั่งว่าทราบว่าบัญชีของตนถูกนำมาใช้ในการหลอกลวงผู้เสียหายในคดีนี้ ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจจะดำเนินการสืบสวนสอบสวน เพื่อรวบรวมพยานหลักฐาน
เพื่อดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติมตามกฎหมายต่อไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง