สนามเดือดเลือกตั้ง69 “เชียงใหม่” ร้อนระอุ “ส้ม-แดง-เขียว” ชิง 10 เขตทุกพรรคมั่นใจ
.
“เชียงใหม่” เป็นอีกหนึ่งจังหวัดในสมรภูมิเดือดเลือกตั้งภาคเหนือ เมืองที่เคยขึ้นชื่อว่า เป็นฐานที่มั่นของพรรคเพื่อไทย ก่อนจะเจอปรากฏการณ์ "ส้มทั้งแผ่นดิน" ตีแตกยับ
.
ในการเลือกตั้งปี 2566 พรรคสีส้ม ในขณะนั้น คือ พรรคก้าวไกล มาพร้อมกระแส "พิธา ฟีเวอร์" คว้าสส.ไปได้ถึง 7 เขต จากทั้งหมด 10 เขต
.
ส่วนพรรคเพื่อไทย ในวันที่ไม่มี "ทักษิณ" คว้ามาได้เพียง 2 เขต และ ยังเสียอีก 1 เขต ให้กับพรรคพลังประชารัฐ
.
แม้การเลือกตั้งระดับท้องถิ่น ผู้สมัครที่พรรคเพื่อไทยให้การสนับสนุน จะสามารถคว้าชัยไปได้ หลังจากนายใหญ่ปรากฎตัว "ผมกลับมาแล้ว" แต่การเลือกตั้งใหญ่รอบนี้ ผู้นำจิตวิญญาณ ไม่สามารถออกมาร่ายมนต์ได้ เพราะอยู่อย่างไร้อิสรภาพในเรือนจำ ต่อให้ส่ง "ตระกูลชิน" มาช่วยหาเสียงสักกี่คน โพลทุกสำนัก ก็ยังจัดให้เป็นรอง
.
สำหรับเขตเลือกตั้งร้อนระอุทะลุจุดเดือด หนีไม่พ้นเขต 3 สันกำแพง บ้านเกิด “นายใหญ่” รอบที่แล้วชะล่าใจ คิดว่ายังไงก็นอนมา กลายเป็นนอนยาว เสียฐานที่มั่นให้ “กอล์ฟ” ณัฐพล โตวิจักษณ์กุล ลูกชาย “เสี่ยปึ้ง” คนคุ้นเคย ครั้งนี้ พรรคเพื่อไทย หมายมั่นต้องเอาคืนให้ได้ ส่งอดีตแชมป์ปี 2562 “ทอป” จักรพล ตั้งสุทธิธรรม ลงชิงชัย
.
ส่วนพรรคสีส้ม ลงสนามหวังกวาดเก้าอี้ สส.ในนาม "พรรคประชาชน" ส่งผู้ชนะรายเดิมลงรักษาแชมป์ ครบทั้ง 7 คน ที่เหลืออีก 3 เขตจัดตัวตึงเต็มพิกัด หมายมั่นปั้นมือ ต้องเหมาเข่ง 10 เขตยกจังหวัดให้ได้
.
อีกพรรคที่ห้ามละสายตา คือ พรรคกล้าธรรม นำทีมโดย "นเรศ ธำรงค์ทิพยคุณ" แชมป์เก่าเขต 8 ครั้งนี้ถอดเสื้อพรรคพลังประชารัฐ มาใส่ "พรรคกล้าธรรม" ลงรักษาเก้าอี้ นอกจากลงพื้นที่รักษาฐานเสียงอย่างหนัก ยังมาพร้อมแรงหนุนมหาศาล ตั้งปณิธาน จะไม่ทำให้ผู้กองต้องผิดหวัง!
.
นอกจากนี้ พรรคกล้าธรรม ยังมีลุ้นโกยคะแนนปาร์ตีลิสต์ จากเครือข่ายตำรวจภาคเหนือนำโดย พล.ต.อ. ประจวบ วงศ์สุข อดีต รอง ผบ.ตร. และอดีตผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 อีกด้วย
.
ส่วนอีกหนึ่งพรรคใหญ่ที่มองข้ามไม่ได้ คือ ค่ายสีน้ำเงิน พรรคภูมิใจไทย ยังมีลุ้นสอดแทรกบางพื้นที่ อาจกลายเป็น “ตาอยู่” คว้าพุงปลา ในพื้นที่ที่พรรคสีส้มและแดง คะแนนตัดกันเอง
.
จับตาโค้งสุดท้าย แกนนำทุกพรรคระดมลงพื้นที่หาเสียงอย่างหนัก สุดท้ายต้องวัดใจคนเมือง จะเลือกไผ ไว้ใจได้...กา