วันนี้ (6 ก.พ. 69) กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการตำรวจทางหลวง (บก.ทล.) ร่วมกันจับกุม ผู้ต้องหาจำนวน 2 ราย หมายจับจำนวน 6 หมาย ดังนี้
1. นางพิพัฒน์ศจี อายุ 38 ปี สัญชาติไทย ผู้ต้องหา ตามหมายจับ ศาลอาญา ที่ 6808/2568 ลงวันที่ 18 พ.ย. 68
2. นายระพีพัฒน์ อายุ 38 ปี สัญชาติไทย ผู้ต้องหา ตามหมายจับศาลจังหวัดจันทบุรี ที่ 37/2568 ลงวันที่ 9 มกราคม 2568, ตามหมายจับศาลจังหวัดกระบี่ ที่ 321/2568 ลงวันที่ 4 มิถุนายน 2568, ตามหมายจับศาลจังหวัดน่าน ที่ จ.215/2567 ลงวันที่
24 กันยายน 2567, ตามหมายจับศาลจังหวัดน่าน ที่ จ.279/2567 ลงวันที่ 15 พฤศจิกายน 2567 และตามหมายจับศาลแขวงขอนแก่น ที่ จ.337/2567 ลงวันที่ 21 พฤศจิกายน 2567
โดยต้องหาว่ากระทำความผิดเกี่ยวกับ “การฉ้อโกงประชาชน, ความผิดเกี่ยวกับการนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน และความผิดเกี่ยวกับการเปิดหรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝาก บัตรอิเล็กทรอนิกส์หรือบัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ของตน โดยมิได้ มีเจตนาใช้เพื่อตนฯ หรือ บัญชีม้า”
โดยสามารถจับกุมได้ที่บริเวณหน้าบ้านพักในพื้นที่ ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี
พฤติการณ์ ตามนโยบายของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และ ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ให้ดำเนินการสืบสวนปราบปรามและจับกุมผู้กระทำความผิดที่เกี่ยวกับเทคโนโลยีและอาชญากรรมทางไซเบอร์รวมถึงการฉ้อโกงออนไลน์ เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงชลบุรีสืบสวนทราบว่าผู้ต้องหาทั้ง 2 ราย หลบมาอาศัยอยู่บ้าน ในพื้นที่ ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี จึงเดินทางไปตรวจสอบพบนางพิพัฒน์ศจี และ นายระพีพัฒน์ จากการตรวจสอบปรากฎว่าเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับจริง
จากการสอบถามปากคำเบื้องต้น ผู้ต้องหาทั้งสองรายให้การรับสารภาพว่าได้เปิดบัญชีให้กลุ่ม Scammer จริง โดยเมื่อช่วงประมาณปี 2567 ผู้ต้องหาทั้งสองรายได้รับการว่าจ้างจากกลุ่ม Scammer ให้เปิดบัญชีธนาคารในประเทศไทย โดยให้ผู้ต้องหาทั้งสองรายเปิดบัญชีธนาคารคนละ 8-10 บัญชี และลักลอบข้ามชายแดนผ่านช่องทางธรรมชาติไปยังประเทศกัมพูชา
ต่อมาเมื่อบัญชีทั้งหมดถูกอายัด ผู้ต้องหาทั้งสองจึงถูกส่งกลับประเทศไทยผ่านช่องทางธรรมชาติ ผู้ต้องหาทั้งสองรายทราบภายหลังว่าบัญชีของตนถูกใช้ในการกระทำความผิด ซึ่งพบมูลค่าความเสียหายมากกว่าสองล้านบาท จนมีผู้เสียหายหลายรายเดินทางไปแจ้งความร้องทุกข์นำมาซึ่งการถูกออกหมายจับ และได้หลบหนีมาอยู่ในพื้นที่จังหวัดชลบุรี
กระทั่งถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงจับกุม ทั้งนี้ผู้ต้องหาทั้งสองรายให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา ว่าได้กระทำความผิดจริง และได้รับว่าจ้างทำการเปิดบัญชีเพื่อหลอกลวงเหยื่อในการฉ้อโกงออนไลน์จริง
จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงชลบุรี จึงนำตัวนายระพีพัฒน์ ส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองจันทบุรี และนำตัว นางพิพัฒน์ศจี ส่งพนักงานสอบสวน กก.2 บก.สอท.2 เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป