วันนี้ (7 ก.พ. 69) ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดยกองบังคับการตำรวจทางหลวง ร่วมกันจับกุมผู้ต้องหา ชื่อ นายประดิษ อายุ 49 ปี โดยกล่าวหาว่ากระทำผิดฐาน เป็นผู้สนับสนุนในความผิดฐานร่วมกันฉ้อโกงประชาชน, ยินยอมเปิดหรือให้ผู้อื่นใช้บัญชีธนาคาร บัตรอิเล็กทรอนิกส์ หรือบัญชีอิเล็กทรอนิกส์
โดยประการที่รู้หรือควรรู้ว่านำผู้ใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีหรือความผิดอาญาอื่นใด โดยชื่อเครดิตหรือโดยหลอกลวงร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนหรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน
โดยสามารถจับกุมตัวได้ที่ บริเวณเเยกไฟแดงระเบาะไผ่ ต.ศรีมหาโพธิ อ.ศรีมหาโพธิ จ.ปราจีนบุรี
พฤติการณ์แห่งคดี เมื่อประมาณ เดือนธ.ค. 68 ผู้เสียหายได้ประกาศขายหนังสือ ในเฟซบุ๊กส่วนตัว และได้มีคนร้ายเข้ามาชักชวนให้ผู้เสียหายไปเปิดร้านค้าในกลุ่มไลน์เพื่อขายหนังสือ เมื่อเข้ามาในกลุ่มแล้ว ได้มีคนร้ายอีกคนหนึ่งเข้ามาแจ้งให้ผู้เสียหายทำการลงทะเบียนเพื่อเปิดร้านค้าเสียก่อน
โดยมีค่าลงทะเบียนเป็นเงิน 2,000 บาท เมื่อลงทะเบียนเสร็จแล้ว คนร้ายอ้างว่าผู้เสียหายทำผิดขั้นตอนต้องโอนเงินเข้าไปใหม่ในจำนวนที่เพิ่มมากขึ้น รวมกว่า 7 ครั้ง เป็นเงินกว่า 300,000 บาท ซึ่งหนึ่งในบัญชีธนาคารที่ผู้เสียหายโอนเงินไป เป็นของนายประดิษฐ์ ผู้ต้องหา ผู้เสียหายเชื่อว่าตนเองถูกหลอกจึงได้เข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สภ.เสม็ด จ.ชลบุรี เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย
และพนักงานสอบสวนสามารถรวบรวมพยานหลักฐาน ขอศาลออกหมายจับผู้ต้องหาได้ เมื่อวันที่ (2 ม.ค. 69) ที่ผ่านมา ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้ทำการสืบสวนทราบว่า นายประดิษ ได้มาประกอบอาชีพขับรถบรรทุกรับจ้าง อยู่ในพื้นที่ภาคตะวันออก จึงได้เฝ้าติดตามแกะรอยมาประมาณ 1 เดือน
โดยในขณะออกตรวจในเส้นทางที่คาดว่าผู้ต้องหาใช้ขับขี่เป็นประจำ เจ้าหน้าที่ได้พบรถบรรทุก ขับมาบนถนนทางหลวงหมายเลข 304 ระหว่างกิโลเมตรที่ 137-138 ต.ศรีมหาโพธิ อ.ศรีมหาโพธิ จ.ปราจีนบุรี
เจ้าหน้าที่ได้ส่งสัญญาณเรียกให้หยุดรถคันดังกล่าวเพื่อขอตรวจสอบ พบนายประดิษ อายุ 49 ปี แสดงตัวเป็นผู้ขับขี่ และเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับจริง เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้แสดงตัวและแสดงหมายจับดังกล่าวให้กับ นายประดิษ พร้อมอ่านหมายจับให้นายประดิษ ฟังและตรวจดูจนเป็นที่พอใจแล้วนายประดิษ ยอมรับว่าเป็นบุคคลตามหมายจับจริงและไม่เคยถูกจับกุมตัวในคดีนี้มาก่อนแต่อย่างใด
จากนั้นจึงได้แจ้งให้นายประดิษ ทราบว่าต้องถูกจับกุมดำเนินคดีและแจ้งสิทธิ์ของผู้ต้องหาตามกฎหมายให้ทราบ ก่อนนำผู้ต้องหาส่ง พนักงานสอบสวน สภ.เสม็ด จ.ชลบุรี เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
นอกจากนี้ยังได้ตรวจสอบพบว่า นายประดิษ ผู้ต้องหานี้ ยังมีหมายจับอยู่ที่ สน.คลองตัน ในความผิดลักษณะเดียวกันนี้ อีก 1 หมายจับสอบถามคำให้การผู้ต้องหาเบื้องต้น ให้การรับว่า เมื่อประมาณเดือนม.ค. 69 ตนได้ตกงานจึงได้ประกาศหางานทำบนสื่อออนไลน์ เนื่องจากตนมีความสามารถเป็นช่างเชื่อม สามารถทำงานก่อสร้างได้
ต่อมามีคนร้ายทำทีเข้ามาชักชวนให้ไปทำงานตามที่ตนได้ประกาศ แต่ปรากฎว่าถูกหลอกให้ข้ามไปที่ฝั่งกัมพูชา ก่อนจะถูกยึดโทรศัพท์มือถือ และบัญชีธนาคารไป ระหว่างที่ถูกขังอยู่ ได้ถูกบังคับให้แสกนใบหน้าเพื่อทำการโอนเงิน จำนวน 4-5 ครั้ง ซึ่งหาขัดขืนก็จะโดนชาวกัมพูชาทำร้ายร่างกาย
ต่อมาเมื่อบัญชีธนาคารใช้งานไม่ได้ ตนจึงถูกปล่อยตัวออกมา และได้หลบหนีกลับมายังประเทศไทย ผ่านช่องทางธรรมชาติ อ.โป่งน้ำร้อน จ.จันทบุรี และกลับมาทำงานรับจ้างขับรถบรรทุกก่อนถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุม