สนามข่าว 7 สี - ที่ประชุม กกต. มีมติให้นับคะแนนใหม่ 8 แห่ง และออกเสียงลงคะแนนใหม่อีก 1 แห่ง แต่ยังไม่ได้ข้อยุติว่าในการออกเสียงลงคะแนนใหม่ จะใช้บัตรเลือกตั้งที่มีคิวอาร์โคดหรือไม่
ที่ประชุม กกต. เมื่อวานยังไม่ได้ข้อสรุปว่า บัตรที่จะจัดพิมพ์เพื่อใช้ในการออกเสียงลงคะแนนใหม่ใน 3 หน่วยเลือกตั้งวันอาทิตย์นี้ (22 ก.พ.) จะเป็นรูปแบบใด แบบเดิม หรือ ไม่มีบาร์โคด-คิวอาร์โคด
โดยมีรายงานข่าวว่า หากพิมพ์บัตรที่ไม่มีบาร์โคด หรือ ไม่มีคิวอาร์โคด อาจเกิดข้อถกเถียงทางกฎหมาย ถึงความแตกต่างของบัตรที่ใช้ในการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์
และยิ่งไม่เป็นผลดีกับการที่ กกต. ต้องสู้คดีที่ถูกฟ้องว่า การพิมพ์บาร์โคดบนบัตรเลือกตั้งขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ และการเลือกตั้งต้องเป็นโมฆะหรือไม่
ขณะที่ล่าสุด กกต. มีมติให้นับคะแนนเลือกตั้ง สส.บัญชีรายชื่อใหม่ 8 แห่ง แบ่งเป็นนับคะแนนประชามติ 1 แห่ง และนับคะแนน สส.บัญชีรายชื่อ 7 แห่ง
และยังให้ออกเสียงลงคะแนนเลือก สส. ทั้งแบบแบ่งเขต และบัญชีรายชื่อของจังหวัดพะเยา เขตเลือกตั้งที่ 1 อำเภอเมืองพะเยา หน่วยเลือกตั้งที่ 6 ตำบลท่าวังทองอีกด้วย
หากรวมกับก่อนหน้านี้ที่ กกต. มีมติสั่งให้นับคะแนนใหม่ และการออกเสียงลงคะแนนใหม่ ปัจจุบัน กกต. มีคำสั่งให้นับคะแนนใหม่รวมทั้งสิ้น 9 แห่ง และออกเสียงลงคะแนนเลือก สส. ใหม่รวม 4 แห่ง
ส่วนกรณีพบเอกสารการเลือกตั้ง ถูกพบในบ่อขยะอำเภอพระสมุทรเจดีย์ จังหวัดสมุทรปราการ
ล่าสุด กกต. ออกเอกสารข่าวชี้แจงว่าเป็นเอกสารที่ใช้ ณ หน่วยเลือกตั้ง ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ใช้ในการเลือกตั้งจนเสร็จสิ้นสมบูรณ์แล้ว และรายงานผลการนับคะแนนไปเรียบร้อยแล้ว จึงไม่มีผลกระทบต่อคะแนนเสียง
ส่วนความเคลื่อนไหวจากภาคประชาชนที่พยายามตรวจสอบการทำงานของ กกต. เมื่อวาน นายภัทรพงศ์ ศุภักษร หรือ "ทนายอั๋น บุรีรัมย์" ยื่นหนังสือถึง สว.นันทนา นันทวโรภาส เพื่อขอให้ สว. เข้าชื่อกันอย่างน้อย 20 คน ส่งประธานวุฒิสภา เสนอศาลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉัยว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ เป็นไปโดยชอบด้วยกฎหมายบริสุทธิ์เที่ยงธรรมหรือไม่
นางนันทนา ระบุว่า การเลือกตั้ง สส.ครั้งนี้ เป็นการเลือกตั้งที่สกปรกที่สุดในประวัติศาสตร์การเมืองไทย อีกทั้งยังมีเรื่องร้องเรียนมาถึง กกต. มากกว่า 5,000 คดี
ส่วนกรณีมีบาร์โคดบนบัตรเลือกตั้ง ถือว่าขัดรัฐธรรมนูญที่ระบุให้การเลือกตั้งต้องเป็นความลับ พร้อมยืนยันว่า จะพยายามเร่งรวบรวมรายชื่อ สว.เพื่อยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญโดยเร็วที่สุด
ด้าน นายกิตติศักดิ์ รัตนวราหะ อดีต สว. บอกว่ามองเห็นปัญหาเหมือนสื่อมวลชน ซึ่งกรณีบัตรเลือกตั้งที่มีบาร์โคด และคิวอาร์โคดนั้น หากตรวจสอบแล้ว พบว่าการเลือกตั้งไม่เป็นความลับ คนที่ใส่บาร์โคดในบัตรเลือกตั้งต้องรับผิดชอบ ถ้าทำผิดอาจถึงขั้นติดคุก
ส่วนที่ประชุมคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง และการมีส่วนร่วมของประชาชน วุฒิสภาได้พิจารณา กรณี กกต.ดำเนินคดีกับประชาชนผู้เรียกร้องให้มีการนับคะแนนผลการเลือกตั้งใหม่ในเขตเลือกตั้งที่ 1 จังหวัดชลบุรี
โดยเลขาธิการ กกต. มอบหมายให้ นายครรชิต เจริญอินทร์ รองเลขาธิการ กกต.เป็นผู้ชี้แจงแทนผ่านระบบซูม ซึ่ง กกต.ยืนยันว่าหีบบัตรเลือกตั้งที่ถูกขนส่ง เป็นการยุบรวมหีบบัตร และปิดซีลอย่างดี
แต่ขณะที่ นางสาวเบญจพร สุขสว่าง หญิงสาวที่เปิดหีบเลือกตั้งยืนยันว่า หีบเลือกตั้ง ไม่มีการซีลด้วยเคเบิลไทร์ เป็นเพียงเทปพัน
และไม่มีการเซ็นรับรองตามข้อบังคับของ กกต. ให้ถูกต้องตามกระบวนการและข้อกำหนดของ กกต. เชื่อว่าการฟ้องครั้งนี้เป็นการฟ้องปิดปากประชาชน
นอกเหนือจากภาคประชาชน และบุคคลที่ตั้งคำถามถึงการจัดเลือกตั้งของ กกต. ยังมีอีกส่วนหนึ่งที่ให้การสนับสนุนการทำงานของ กกต.
อย่างเช่น นายศุภชัย ใจสมุทร ประธานคณะทำงานด้านกฎหมายพรรคภูมิใจไทย พูดถึงกรณีบัตรเลือกตั้งของ กกต. ที่กำลังถูกวิจารณ์อย่างหนักว่า ควรปล่อยไปตามกระบวนการตามกฎหมาย
โดยบาร์โคดที่บนบัตรเลือกตั้งก็มีมาตั้งแต่การเลือกตั้งสมัยที่แล้ว เป็นกระบวนการที่จะสืบย้อนกลับไปยังบัตรว่ามีการทุจริตหรือไม่
อีกคน คือ นายมนัส สุวรรณรินทร์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กส่วนตัว แสดงความเห็นกรณีปัญหาบาร์โคด และ QR Code บนบัตรเลือกตั้ง
โดยสรุป คือ ออกโรงปกป้อง กกต. มองว่ากรณีบาร์โคด และ QR Code ไม่ทำให้ใครไปล่วงรู้ความลับว่ากาให้พรรคใด เพราะคำว่า "ลับ" คือ ขณะกา ไม่มีใครรู้ว่ากาอะไร และไม่มีสิทธิถ่ายรูปออกไปแสดงว่ากาใคร คนทั่วไปไม่อาจรับรู้ได้และไม่มีสิทธิตรวจสอบ และไม่สามารถเข้าถึงความลับได้
ซึ่งความหมายที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้ระบบการลงคะแนนแบบนี้ ไม่มีสิทธิที่ใครจะล่วงรู้ความลับของเราได้ ยกเว้นเจ้าหน้าที่กระทำการทุจริต และขยันนำมาตรวจสอบย้อนกลับเท่านั้น ต้องทุจริตและละเมิดมาตรการรักษาความลับ ขยันนำมาประกบกัน ซึ่งก็ทำได้ยาก โดยการรู้ความลับได้ต้องทุจริตกันครั้งใหญ่ และเชื่อว่าประเด็นตอนนี้เป็นวาทกรรมเท่านั้น
นอกจากนี้นายมนัสฯ ยังโพสต์เพิ่มเติมว่า "ลอตเตอรี่" ก็มีบาร์โคด และ QR Code เป็นการไม่รักษาความลับใช่หรือไม่ รู้หมดว่าใครซื้อไป สแกนปุ๊บรู้ปั๊บ สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลจะต้องคืนเงินให้ลูกค้านะครับ เพราะมันเป็นสิทธิส่วนบุคคล ละเมิดกฎหมาย PDPA
"ผมเล่นมุกเพื่อสะท้อนสังคมในการรับรู้ข่าวสารในเวลานี้ แยกแยะความจริง ความเป็นไปได้ กติกา ไม่ออก เป็นการสะท้อนปัญหาจากโพสต์ก่อนหน้า สังคมถูกปลุกกระแส เพราะกูรู เพราะผู้รู้ไม่อยู่ในหลักของกฎหมาย อุปมาอุปไมยเหมือน QR Code สลากกินแบ่งรัฐบาลที่ผมโพสต์ คนหนึ่งพูดอะไรก็เชื่อหมด ฝ่ายบ้านเมืองชี้แจงอย่างไรก็ไม่ฟัง"
ปิดท้ายที่ข้อสังเกตจาก "อดีต กกต." นายสมชัย ศรีสุทธิยากร โพสต์ข้อความตั้งแต่ช่วงเช้าวานนี้เกี่ยวกับการพิมพ์บัตรเลือกตั้ง 3 ประเภท โดยชี้ให้เห็นว่า TOR กำหนดมาตรการป้องกันทุจริต "อย่างน้อย 6 ข้อ" แต่ไม่ได้ระบุให้ต้องมีบาร์โคด หรือ QR code