สั่งกั้นพื้นที่สุสานเด็กตายทั้งกลมหวั่นกระทบโครงกระดูกหลักฐาน ขณะที่เจ้าคณะจังหวัดอ่างทองแจ้งทุกวัดหยุดฝังศพและห้ามไม่ให้ผู้อื่นตั้งสุสานเด็ดขาด
(18 ก.พ.69) ความคืบหน้ากรณี สุสานเด็กตายทั้งกลมที่ตั้งอยู่บริเวณหน้าวัดสิงห์ อ.วิเศษชัยชาญ จ.อ่างทอง ซึ่งลุงสนม สัปเหร่อของสุสานตกเป็นผู้ต้องหาในคดีอนาจาร และมีผู้เข้าแจ้งความขอขุดศพเด็กตายทั้งกลมที่ถูกฝังอยู่บริเวณด้านข้างอาศรมกุมาร-กุมารีย์ เมื่อวันก่อน 2 ร่าง ก่อนที่จะให้พระสมุห์ประเสริฐ ฐานะยุโต เจ้าอาวาสวัดสิงห์ทำพิธีมอบให้กับทางญาติเพื่อนำไปทำพิธีทางศาสนา
นายอำเภอวิเศษชัยชาญ เผยว่า สุสานดังกล่าว ไม่มีการขออนุญาตและเตรียมอบหมายให้ปลัดอำเภอเข้าแจ้งความดำเนินคดี รวมถึงเจ้าคณะจังหวัดอ่างทองสั่งการให้เจ้าอาวาสวัดสิงห์ดำเนินการรื้อสุสานและมูลนิธิภายใน 7 วันตามข่าวที่เสนอไปแล้วนั้น
ล่าสุดทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.วิเศษชัยชาญ กั้นพื้นที่สุสานด้านข้างมูลนิธิดังกล่าวเป็นพื้นที่หวงห้าม ไม่ให้บุคคลใดเข้าไปด้านในหรือขุดร่างเด็กออกจากสุสานโดยเด็ดขาด เนื่องจากเกรงว่า อาจจะทำใหโครงกระดูกหรือหลักฐานเสียหาย
ขณะที่พระสุวรรณวชิราทร เจ้าคณะจังหวัดอ่างทอง ทำหนังสือสั่งการไปยังเจ้าคณะอำเภอทุกแห่ง ให้หยุดดำเนินการเก็บศพและฝังศพในวัด รวมถึงห้ามไม่ให้ผู้ใดมาจัดตั้งสุสานและฌาปนสถานสาธารณะโดยเด็ดขาด หากไม่ได้รับการอนุญาติจากท้องถิ่น โดยให้ถือและปฏบัติตาม พรบ.สุสานและฌาปนสถานสำธารณะ พ.ศ.2528 อย่างเคร่งดรัด
สำหรับนายสนม เคยโด่งดังจากการเป็นข่าวทางสื่อและโซเชี่ยลว่าเป็นมือผ่าหญิงตายท้องกลมและนำร่างเด็กตายท้องกลมมาฝังไว้นับร้อยร่างบริเวณป่าข้าเข้างวัด และมีการนำไม้ปักไว้พร้อมพวงมาลัยห้อย ตามความเชื่อโบราณที่จะเผาหญิงตายท้องกลมต้องผ่าเด็กออกก่อนเผา จนโด่งดังไปทั้งประเทศก่อนที่จะมาถูกแจ้งความดำเนินคดี