สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงปฏิบัติพระกรณียกิจ ดังนี้

View icon 522
วันที่ 20 ก.พ. 2569 | 20.03 น.
ข่าวในพระราชสำนัก
แชร์
เวลา 10.54 น. วันนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา เสด็จออกแทนพระองค์ ณ วังศุโขทัย พระราชทานพระวโรกาสให้ นางปิยหทัย ปิยะรัมย์ รองผู้อำนวยการธนาคารออมสิน นำคณะผู้บริหาร และพนักงานของธนาคารออมสิน เฝ้า ถวายการรับฝากเงิน และทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายสลากออมสินพิเศษแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี และถวายแด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา, สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา และสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติ มหาวชิโรตตมางกูร สิริวิบูลยราชกุมาร กับถวายของที่ระลึก เนื่องในโอกาสวันสถาปนาธนาคารออมสินครบ 113 ปี 1 เมษายน 2569 

เวลา 13.13 น. สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา เสด็จไปยังหอประชุมวชิราลงกรณ มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี อำเภอเมืองฯ จังหวัดสุราษฎร์ธานี ทอดพระเนตรการจัดแสดงนิทรรศการและผลงานภูมิปัญญาผ้าไทยและงานหัตถกรรมชุมชน ภาคใต้

ในการนี้ โปรดให้ คณะทูตและกงสุลต่างประเทศประจำประเทศไทย พร้อมคู่สมรส จาก 47 ประเทศ ซึ่งเดินทางมาทัศนศึกษาโครงการพระราชดำริ และเรียนรู้เกี่ยวกับศักยภาพของประเทศไทยและอัตลักษณ์ไทย ประจำปี 2569 ร่วมชมนิทรรศการฯ ซึ่งได้คัดเลือกผู้ประกอบการ ชุมชน และวิสาหกิจชุมชน 30 กลุ่ม จาก 12 จังหวัด ซึ่งมีทั้งผ้าบาติก งานจักสานกระจูด ผ้าปาเต๊ะ ผ้าพิมพ์ลาย ผ้าทอมือ งานจักสานเชือกกล้วย เตยปาหนัน ย่านลิเภา เครื่องเบญจรงค์ และงานหัตถศิลป์ที่นำวัสดุเหลือใช้ อาทิ กะลามะพร้าว อวนจับปลา มาประยุกต์เป็นข้าวของเครื่องใช้ต่าง ๆ อาทิ โคมไฟ กระเป๋า และแจกัน ที่น้อมนำองค์ความรู้จากหนังสือแนวโน้มและทิศทางผ้าไทยและการออกแบบเครื่องแต่งกายด้วยผ้าไทย ตามแนวพระดำริ ไปประยุกต์ใช้เพื่อพัฒนา และยกระดับผลิตภัณฑ์แต่ยังคงไว้ซึ่งอัตลักษณ์ท้องถิ่น ที่ผสานความร่วมสมัย ช่วยเพิ่มมูลค่าให้สามารถต่อยอดในเชิงเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน และเน้นการใช้วัตถุดิบจากธรรมชาติมาสกัดเป็นสีต่าง ๆ ในการย้อมผ้า และสร้างสรรค์ลวดลายผ้าจากสิ่งของใกล้ตัวแทนลายบาติกแบบเดิม อาทิ การใช้กาบมะพร้าวปาดสี ซึ่งเป็นเทคนิคใหม่ ที่กลุ่มบาราโหมบราซ่า จังหวัดปัตตานี นำมาใช้ ทำให้เกิดลวดลายเล็ก ๆ คลายฝูงปลา, การทำลายฉลุบนผ้าบาติก ของกลุ่ม Bann Batik จังหวัดนราธิวาส ที่ประยุกต์งานหัตถกรรม และวัฒนธรรมดั้งเดิมของชาวใต้ ที่นำรูปแบบจากเครื่องแต่งกายของชาวไทยมุสลิม มารวมเข้ากับผ้าบาติก สร้างความสวยงาม เพิ่มมูลค่าให้กับผลิตภัณฑ์, การทำผ้าบาติก ที่พื้นหลังใช้เทคนิคการสาดน้ำตาลทรายแดง ใช้สีสกัดจากธรรมชาติของกลุ่มบาติกสำเภาทอง จังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งได้รับรางวัลชมเชย โครงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ OTOP Premium สู่สากล จากการประกวดผ้าลายพระราชทาน "ผ้าลายสิริราชพัสตราภรณ์" และงานหัตถกรรม ประจำปี 2568, ผลิตภัณฑ์ย่านลิเภา งานหัตถกรรมเครื่องจักสานพื้นบ้าน ของกลุ่มจักสานลิเภา บ้านหญ้าลิเภา จังหวัดนครศรีธรรมราช ที่นำผ้าไหมบุด้านในกระเป๋า ได้รับรางวัลเหรียญเงินจากการประกวดลายผ้าพระราชทาน "ผ้าลายสิริราชพัสตราภรณ์" และงานหัตถกรรม ประจำปี 2568 รวมถึงมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่เป็นแบบอย่าง และสร้างแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์ พัฒนางานศิลปาชีพแขนงต่าง ๆ ให้ประชาชนในแต่ละท้องถิ่น กลับมาให้ความสำคัญกับงานหัตถศิลป์ ที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นเฉพาะตัว

และมีการจัดแสดงจัดแสดงผ้ายกพุมเรียง หรือ ผ้าไหมพุมเรียง โดยสำนักศิลปะและวัฒนธรรมมหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี ซึ่งเป็นศิลปหัตถกรรมผ้ายกชั้นสูง ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ที่โดดเด่นด้วยการทอยกดอกด้วยไหมและดิ้นเงินดิ้นทอง ลวดลายประณีต ลายที่เป็นที่นิยม เช่น ลายดอกพิกุล ลายก้านต่อดอก และลายราชวัตรโคม ลายผ้าประจำจังหวัดสุราษฎร์ธานี นิยมใช้ในงานพิธีสำคัญ และตัดเป็นชุดแต่งงาน การทอผ้ายกพุมเรียง ได้รับความนิยมและมีความเจริญรุ่งเรืองขึ้นในช่วงกรุงรัตนโกสินทร์ นับแต่สมัยรัชกาลที่ 1 เป็นการสั่งทอ หรือเกณฑ์ทอผ้ายกจากหัวเมืองในบริเวณคาบมหาสมุทรภาคใต้ตอนบน รวมทั้งเมืองไชยา มาใช้ในกิจการของราชสำนัก และในหมู่ชนชั้นสูงของสังคมไทยเมื่อครั้งอดีต ล้วนตอบสนองรูปแบบวัฒนธรรมการแต่งกายแบบสังคมเมืองหลวง ซึ่งได้สืบทอดปรัชญาแนวคิดและประเพณีนิยมที่มีจุดกำเนิดมาจากสังคมยุคกรุงศรีอยุธยา

โดยมีการจัดเวิร์กช็อป จุดสาธิตศิลปกรรมที่เป็นอัตลักษณ์ภูมิปัญญาท้องถิ่นของภาคใต้ ให้คณะทูตและกงสุลต่างประเทศประจำประเทศไทย พร้อมคู่สมรส ได้เรียนรู้ และทดลองลงมือปฏิบัติจริง อาทิ การเพ้นท์ลายบาติก การทำเซรามิก และผ้าบาติกมัดย้อม งานหัตถศิลป์อันเป็นเอกลักษณ์ของภาคใต้ มีต้นกำเนิดจากชวา หรืออินโดนีเซีย เน้นลวดลาย เช่น ธรรมชาติ ดอกไม้ หรือวิถีชีวิตชาวใต้ มีสีสันสดใส ใช้เทคนิคหลักคือ ใช้เทียนเขียนปิดลวดลายแล้วนำไปย้อมโดยได้รับความนิยมสูงในกลุ่มจังหวัดชายแดนภาคใต้ และภูเก็ต เป็นวัฒนธรรมการแต่งกายที่สะท้อนเสน่ห์ท้องถิ่น ปัจจุบัน ผ้าบาติกได้พัฒนาไปไกลมากกว่าแค่ผ้านุ่ง แต่ยังสะท้อนถึงการผสมผสานวัฒนธรรมที่หลากหลายและเป็นภูมิปัญญาที่ส่งต่อกันมาอย่างยาวนาน โดยมีการนำไปตัดเย็บแฟชั่น ผ้าพันคอ และของตกแต่ง ผสมผสานวัสดุธรรมชาติแทนการใช้เทียน เพื่อความปลอดภัยและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

โอกาสนี้ พระราชทานพระวโรกาสให้ สมาชิกมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ภาคใต้ เฝ้าถวายการบ้าน ที่ได้พระราชทานคำแนะนำในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ เพื่อยกระดับคุณภาพและมูลค่า อาทิ แผนกกระจูด จังหวัดนราธิวาส พระราชทานคำแนะนำให้ปรับรูปทรงกระเป๋าให้ก้นป้านและกว้างขึ้น ทำที่จับกระเป๋าให้แข็งแรง ส่วนเสื่อกระจูด สานตามลวดลายโบราณและสีตามเทรนด์ บุ๊ก มีเรื่องราวความเป็นมา เน้นลายเรขาคณิตที่สะท้อนวิถีชีวิตที่ผูกพันกับธรรมชาติและความอุดมสมบูรณ์ และกระเป๋ากระจูด จากทายาทศิลปาชีพ ที่ผสมผสานระหว่างเส้นกระจูดกับเส้นใบลาน โปรดให้ทำรูปทรงให้แข็งแรง และเก็บขอบกระเป๋าให้เรียบร้อย, ส่วนหมอนและเสื่อ จากแผนกกระจูด โครงการส่งเสริมศิลปาชีพ บ้านหัวป่าเขียว จังหวัดพัทลุง นำเส้นกระจูดมาผสมกับเส้นใบลาน เกิดเป็นผิวที่แข็งแรง มีเอกลักษณ์ พัฒนาลวดลายใหม่ ซึ่งยังคงโทนสีธรรมชาติของใบลานและกระจูด

แผนกเครื่องปั้นดินเผา ศูนย์ศิลปาชีพฯ พระตำหนักทักษิณราชนิเวศน์ จังหวัดนราธิวาส ทำเชิงเทียนฉลุเขียนลายทะเล รูปทรงและสีสันสวยงาม โปรดให้มีน้ำหนักที่เบาขึ้น และมีขนาดเล็กลง, แผนกทอผ้าไหมศูนย์ศิลปาชีพบ้านท่านหญิง จังหวัดสุราษฎร์ธานี ฟื้นฟูผ้าตาสมุก หรือ ผ้าเกล็ดเต่า ผ้าพื้นเมืองดั้งเดิมของจังหวัด ที่ทอตามแบบโบราณ ปัจจุบัน มีการจัดลำดับเส้นยืนของเส้นยกและเส้นข่มสลับเป็น 2 สี แล้วทอด้วยเส้นพุ่ง 2 สี สลับกันไปทั้งผืน

ทั้งนี้ โปรดให้ที่ปรึกษาโครงการผ้าไทยใส่ให้สนุก, ผู้เชี่ยวชาญด้านผ้าไทย, ผู้เชี่ยวชาญการย้อมสีธรรมชาติ, นักวิชาการ และนักออกแบบชั้นนำของประเทศ ให้คำแนะนำแก่ช่างทอผ้า ช่างจักสาน ผู้ประกอบการ และนักศึกษาด้านศิลปศึกษาและแฟชั่นดีไซน์ อาทิ การออกแบบให้ตรงความต้องการของตลาด, การนำอัตลักษณ์ของท้องถิ่นมาต่อยอด, การวางลายผ้า ความสม่ำเสมอในการทอ การย้อมสี โดยเนื้อผ้าต้องเรียบเนียน สวมใส่สบาย, การใช้สีจากหนังสือแนวโน้มและทิศทางผ้าไทยและการออกแบบเครื่องแต่งกายด้วยผ้าไทย มาปรับใช้ให้ทันต่อกระแสของโลกปัจจุบัน รวมทั้งเส้นทางอาชีพเกี่ยวกับความคิดสร้างสรรค์ การใช้สี และสินค้าจากภูมิปัญญา

ในการนี้ พระราชทาน "ผ้าลายบุปผาบรมราชินีนาถ" ประเภทผ้าบาติก แก่นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย, ผู้บริหารกระทรวงมหาดไทย, รองผู้อำนวยการกองศิลปาชีพ, กลุ่มลานใบเมืองลุง จังหวัดพัทลุง, วิสาหกิจชุมชนยาริงบาติก จังหวัดปัตตานี, กลุ่มมีดีนาทับ จังหวัดสงขลา, ศ.หลังสวนเบญจรงค์ จังหวัดชุมพร, กลุ่มจักสานย่านลิเภาบ้านลิเภา, กลุ่มบ้านรักเฉลิมพระเกียรติ และกลุ่มมัดย้อมสีธรรมชาติบ้านคีรีวง จังหวัดนครศรีธรรมราช เพื่อพัฒนาศักยภาพการสร้างสรรค์ผืนผ้าและงานหัตถกรรมในทุกมิติ เกิดเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีความร่วมสมัยเป็นสากล สร้างรายได้ที่ยั่งยืนให้ชุมชน

โดยสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงต่อยอดดอกไม้พระนามาภิไธย สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ได้แก่ ลายดอนญ่าควีนสิริกิติ์ ลายบัวควีนสิริกิติ์ ลายกุหลาบควีนสิริกิติ์ ลายกล้วยไม้แคทลียาควีนสิริกิติ์ และลายขอสมเด็จฯ-เจ้าฟ้าฯ ที่เปี่ยมด้วยความหมายในการน้อมสำนึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ตามแนวพระดำริฯ "ผ้าไทยใส่ให้สนุก" บนเส้นทางการขับเคลื่อนวัฒนธรรมและเศรษฐกิจสร้างสรรค์สู่แฟชั่นที่ยั่งยืน

ก่อนเสด็จกลับ ทอดพระเนตรการแสดงศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้าน ชุด "ใต้ร่มพระบารมี ศิลป์ปักษ์ใต้งามวิจิตร พัสตราภรณ์" โดยนักเรียนและนักศึกษา จากสถาบันการศึกษาในจังหวัดสุราษฎร์ธานี ที่ผสมผสานระหว่างศิลปการแสดงนาฏศิลป์และดนตรีพื้นบ้าน ได้แก่ "ตารีกีปัส" นาฏศิลป์พื้นเมืองคาบสมุทรมลายู ใช้พัดประกอบการร่ายรำ และ "รองเง็ง" ระบำพื้นบ้าน ที่มี การเคลื่อนไหวเท้า มือ และลำตัว ประกอบจังหวะเพลง

นักแสดงหญิง แต่งกายด้วยชุดยะหยา เครื่องแต่งกายสตรีพื้นเมืองของชาวจีนลูกครึ่งมลายู หรือ เปอรานากัน เสื้อตัดเย็บด้วยผ้าลูกไม้ นุ่งผ้าปาเต๊ะ สีเข้าชุด นักแสดงชาย แต่งกายแบบศิลปะการต่อสู้สิละ (Silat) คือ เสื้อคอกลม กางเกงขายาว นุ่งผ้าซอแกะหรือผ้าโสร่งสั้นเหนือเข่าทับด้านนอก คาดผ้าลือปะ หรือ ผ้าคาดสะเอว และโพกศีรษะ

บรรเลงเพลงโดย "วงอัสลีมาลา" ใช้เครื่องดนตรี อาทิ ไวโอลิน รำมะนา และฆ้อง รวม 4 เพลง ได้แก่ เพลงเจ้าฟ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน, เพลงตารีกีปัส, เพลงลาฆูดูวา, และเพลงปูโจ๊ะปีซัง สะท้อนถึงการสำนึกในพระกรุณาธิคุณแด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ที่ทรงมุ่งมั่น แบ่งเบาพระราชภาระของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในการสืบสาน รักษา และต่อยอดพระราชกรณียกิจ และพระราชดำริของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เพื่อธำรงรักษาไว้ซึ่งศิลปวัฒนธรรม เครื่องแต่งกาย หัตถศิลป์ หัตถกรรม ให้คงอยู่คู่ชาติไทย

ข่าวอื่นในหมวด