"เฟดเอกซ์" ฟ้องขอคืนเงินภาษีคืนจากรัฐบาลสหรัฐฯ หลังศาลฎีกาสหรัฐฯ ชี้ว่ามาตรการภาษีตอบโต้ของ "ทรัมป์" ไม่ชอบด้วยกฎหมาย
วานนี้ (23 ก.พ.) "เฟดเอกซ์" (FedEx ) บริษัทขนส่งพัสดุและสินค้าระดับโลก ยื่นฟ้องต่อศาลการค้าระหว่างประเทศของสหรัฐฯ เพื่อขอคืนเงินภาษีศุลกากรที่ถูกเรียกเก็บภายใต้ "กฎหมายว่าด้วยอำนาจทางเศรษฐกิจฉุกเฉินระหว่างประเทศ" หรือ IEEPA (International Emergency Economic Powers Act) ที่ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศบังคับใช้ตั้งแต่ปีที่แล้ว หลังศาลฎีกาสหรัฐฯ เพิ่งมีคำวินิจฉัยว่ามาตรการภาษีตอบโต้ดังกล่าวนั้น ไม่ชอบด้วยกฎหมาย แต่ยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดจำนวนเงินที่ "เฟดเอกซ์" ขอคืน แต่ในสำนวนฟ้องระบุว่าสำนักงานศุลกากรและป้องกันชายแดนสหรัฐฯ หรือ CBP, นายโรดนีย์ สก็อตต์ ผู้บัญชาการของ CBP และรัฐบาลสหรัฐฯ เป็นจำเลย
ขณะที่ มีการประเมินว่าเงินภาษีนำเข้าที่รัฐบาลสหรัฐฯ เรียกเก็บจากมาตรการภาษีดังกล่าวนั้นสูงกว่า 175,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือกว่า 5.6 ล้านล้านบาท ซึ่งอาจถูกบริษัทที่เกี่ยวข้องกับการส่งออก ทั้งในสหรัฐฯ และต่างประเทศ ฟ้องร้องขอเงินคืน
ขณะเดียวกัน ประธานาธิบดีทรัมป์ โพสต์เตือนว่า ประเทศใดก็ตามที่คิดจะ "เล่นเกม" กับสหรัฐฯ ตามคำตัดสินที่ไร้สาระของศาลฎีกา โดยเฉพาะประเทศที่เอาเปรียบทางการค้าสหรัฐฯ มานาน รวมทั้งประเทศต่าง ๆ ที่มีแผนจะยกเลิกข้อตกลงการค้าที่ทำไว้กับสหรัฐฯ หรือถอนตัวจากการเจรจา จะถูกเรียกเก็บภาษีที่สูงกว่าข้อตกลงที่ทำกันไว้แล้วภายใต้กฎหมายภาษีการค้าอื่น ๆ ที่มีอยู่ โดยไม่จำเป็นต้องผ่านรัฐสภา