ตำรวจทางหลวง ล่าระทึก จนแก๊งจีนเทารถเสียหลัก ลงข้างทางจับได้แค่คนขับเป็นคนไทย แต่ชายชาวจีน 4 คนวิ่งหนีเตลิดเข้าป่า หลังจากนัน้ตรวจสอบในรถพบมโทรศัพท์มือถืออีก 50 เครื่อง
เวลา 14:45 น.ของวันที่ 23 มีนายคม 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวง ส.ทล.5กก.3 จุดบริการประชาชนกบินทร์บุรี ได้รับแจ้งจากศูนย์วิมยุว่ามีรถยนต์ต้องสงสัยนำพาบุคคลต่างด้าว เข้ามาในราชอาณาจักร หลังจากนั้นพบรถยนต์ต้องสงสัยเป็นรถยนต์กระบะ toyota 4 ประตูสีขาว ทางเจ้าหน้าที่จึงได้ใช้รถติดตามพร้อมเปิดสัญญาณไฟวิบวับและใช้โทรโข่งประกาศให้จอดรถ ซึ่งรถยนต์คันดังกล่าวหลังจากที่ได้ยินเสียงตลกโข่งพร้อมกับเห็นสัญญาณไฟวิบวับของทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เร่งเครื่องหลบหนี ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงจุดบริการประชาชนกบินทร์บุรีจึงได้ประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจสภประจันตคามตั้งจุดสกัด
เบื้องต้นทางคนขับรถต้องสงสัยคันดังกล่าวได้เล่นเครื่องหลบหนีระยะทางมากกว่า 15 กิโลเมตร โดยใช้ถนนเส้น 33 สุวรรณศรฝั่งกบินทร์บุรีมุ่งหน้าอำเภอประจันตคาม ก่อนเลี้ยวเข้าไปในซอยบ้านหนองแสง โดยใช้เส้นทางลูกรังในการหลบหนี เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ขับรถติดตามรถต้องสงสัยคันดังกล่าว จนรถคันดังกล่าวได้เสียหลักพุ่งลงบริเวณลานดินลูกรัง ริมถนนสาย 33 พื้นที่ 2 ต.หนองแสง อ.ประจันคาม โดยภายในรถมีชายจำนวน 5 ราย 4 รายที่เป็นผู้โดยสารมาต่างเปิดประตูรถพร้อมกับวิ่งหลบหนีเข้าป่า ส่วนชายคนขับหนีไม่ทันถูกตำรวจรวบตัวไว้ได้ ซึ่งบริเวณป่าดังกล่าวมีพื้นที่มากกว่า 50 ไร่
เบื้องต้นจากการตรวจสอบภายในรถกระบะคันดังกล่าว พบว่าชายที่ถูกตำรวจรวบตัวไว้ได้นั้นเป็นคนไทย ขับรถพาชาวจีนหลบหนีเข้ามาภายในประเทศกำลังจะมุ่งหน้าไปส่ง ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจสอบทรัพย์สินภายในรถพบโทรศัพท์มือถือIPhone 49 เครื่อง Samsung 1 เครื่อง โทรศัพท์Realme 1 เครื่อง ของคนขับรถ และ iPhone ของคนจีนอีก 1 เครื่อง พร้อมทั้งมีบุหรี่ต่างประเทศ(จีน)จำนวน 14 ซอง อุปกรณ์ชาร์จแบต พาสปอร์ตสัญชาติจีน1 เล่ม เครื่องใช้ส่วนตัวอีกจำนวนหนึ่ง
จากการสอบถามนายวันชัย อายุ 44 ปี คนขับรถได้ให้ข้อมูลว่า คนกัมพูชาเขาติดต่อตนมาทางโทรสัพท์ให้ไปรับ บริเวณตรงที่เคยปักหมุดให้ ตอนที่เขาติดต่อมาตอนอยู่ที่จังหวัดจันทบุรี ติดต่อให้ตัวไปรับที่อรัญ หมุดนั้นที่เขาเคยส่งให้ตนลบออกไปแล้ว เพราะตนจำทางได้จึงลบ พอไปถึงพบว่ามี 4 คน เขาขึ้นรถแล้วก็มีคนนำของขึ้นท้ายรถ แล้วต้นก็ขับรถออกมา บริเวณที่ไปมันเป็นป่าคล้ายๆป่าอ้อย ครั้งนี้ก็ให้ค่าจ้างหัวละ 5,000 บาท ขับมาเรื่อยๆไม่รู้ว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจตามตนมา เมื่อตอนเห็นตำรวจเปิดไฟตนก็รู้แล้วว่าตนมีของผิดกฎหมาย ก็เลยเหยียบรถหนี เพราะรถมันเสียหลักคนจีน ที่ตนไปรับมา 4 คนก็เปิดรถไปกันเลย ตนทำแบบนี้เป็นครั้งที่ 2 รอบแรกให้ไปส่งที่กรุงเทพฯ รอบนี้ก็ให้ไปส่งที่กรุงเทพฯ รอบนี้ไปสุวินทวงศ์ รอบที่แล้วไปอ่อนนุช ลาดกระบัง เมื่อถึงที่หมายตนก็ให้เขาลงรถ เพราะมีรถมาจอดรออยู่ แล้วตนก็ขับรถกลับ
ล่าสุดเวลา 19:00 น.ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ประสานโดรนจับความร้อนจากทางมูลนิธิสัจจะพุทธธรรมกบินทร์บุรี นำมาบินค้นหาชายชาวจีนที่ทำการหลบหนีทั้ง 4 ราย พร้อมทั้งได้ประสานกำนันผู้ใหญ่บ้านที่อยู่ภายในพื้นที่ หากพบชายชาวจีนเข้าไปทำการขอความช่วยเหลือหรือเข้าไปในพื้นที่ให้รีบแจ้งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจโดยด่วน
จากการสอบถามร.ต.ท.สงคราม เสวันนา รอง สวป.(ป.) ส.ทล.5กก.3 ได้ให้ข้อมูลว่าได้รับแจ้งจากทางสถานีวิทยุว่ามีรถต้องสงสัยเข้ามาในพื้นที่โดยใช้ถนนสาย 33 จากสระแก้วมุ่งหน้ามาทางกบินทร์บุรี หลังจากที่ได้รับแจ้งจึงได้นำรถวิทยุ 3503 จอดเฝ้าระวังตามเส้นทางที่คาดว่าจะใช้ จากนั้นประมาณ 20 นาทีก็พบรถต้องสงสัยคันดังกล่าวจึงได้ใช้สัญญาณไฟพร้อมทั้งได้ประกาศใมค์ให้กับรถคันดังกล่าวจอด แต่ทางรถคันดังกล่าวกลับไม่จอดพร้อมทั้งใช้ความเร็วขับรถหนีมุ่งหน้ามาทางสภ.ประจันตคาม ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจพยายามขับรถเพื่อทำการจับกุม แต่รถคันดังกล่าวได้เลี้ยวเข้าเส้นทางรองก่อนมาเสียหลัก ทางเจ้าหน้าที่จึงได้เข้าทำการจับกุมทางด้านคนขับส่วนผู้โดยสารที่มาในรถได้วิ่งหลบหนีเข้าไปบริเวณป่า ตอนนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ประสานทางเจ้าหน้าที่อาสาสัจจะพุทธธรรม พร้อมด้วยปภ.เจ้าหน้าที่ตำรวจสภประจันตคาม ปู่ผมค้นหา ส่วนสิ่งของที่ตกอยู่ภายในรถพบโทรศัพท์จำนวนเกือบ 50 เครื่อง ส่วนทางด้านคนขับรถที่ทางเจ้าหน้าที่สามารถควบคุมตัวไว้ได้ยังไม่ได้มีการแจ้งข้อกล่าวหา ขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตรวจยึดของกลางพร้อมทั้งเช็คประวัติทั้งตัวผู้ขับรถและรถยนต์ว่ามีประวัติเคยกระทำผิดมาก่อนหรือไม่ก่อนที่จะมีการแจ้งข้อกล่าวหาต่อไป
ทางนี้เมื่อเวลา 19.30 น.ทางเจ้าหน้าที่ได้นำโดรนตรวจจับความร้อนบินตรวจสอบบริเวณป่าไผ่ ซึ่งเป็นจุดที่ใกล้เคียงกับจุดที่ทางชายชาวจีนทั้ง 4 รายวิ่งหลบหนีเข้าไปเบื้องต้นพบจุดความร้อนนอนเกาะกลุ่มกันจำนวน 4 จุด ทางเจ้าหน้าที่จึงได้ทำการปูพรมเข้าไปบริเวณจุดดังกล่าว เบื้องต้นพบรองเท้าแตะตกอยู่ใกล้กับจุดที่พบความร้อน อยู่ภายในบริเวณป่าไผ่จำนวน 1 ข้าง และพบอีก 1 ข้างหนึ่งข้างจากจุดแรกประมาณ 20 เมตร แต่ยังไม่พบตัวชายชาวจีนทั้ง 4 ราย