ป.ป.ช. สนธิกำลังร่วม บก.ปปป. และ ป.ป.ท. ซ้อนแผนบุกจับ หนุ่มอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช. เรียกเงิน 15 ล้าน แลกหลุดคดี
วันนี้ (25 มี.ค.69) นายสุรพงษ์ อินทรถาวร เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. มอบหมายให้นายพัฒนพงศ์ จันทร์เพ็ชรพูล, นายเกียรติศักดิ์ พุฒพันธุ์ ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ในฐานะรองโฆษกสำนักงาน ป.ป.ช., นายจรงค์ เกราะเหมาะ ผู้อำนวยการสำนักสืบสวนและกิจการพิเศษ, นายไพโรจน์ นิยมเดชา ผู้อำนวยการกลุ่มสืบสวนและปฏิบัติการข่าว 2 สำนักสืบสวนและกิจการพิเศษ, เจ้าหน้าที่กลุ่มสืบสวนและปฏิบัติการข่าว 2 ร่วมกับกองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) และสำนักงาน ป.ป.ท. สนธิกำลังเข้าร่วมจับกุม นายศรายุทธ กรณีแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช. เรียกรับเงินแลกกับการช่วยเหลือคดีที่อยู่ในหน้าที่และอำนาจของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ตามหมายจับศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางที่ จ.7/2569 ลงวันที่ 20 มี.ค.69
กรณีเนื่องจากเมื่อวันที่ 21 ส.ค.68 ผู้เสียหายได้รับการติดต่อจากนายศรายุทธ อ้างว่าผู้เสียหายมีคดีอยู่ในสารบบของสำนักงาน ป.ป.ช. ถ้าต้องการหลุดพ้นจากคดี ตนมีเครือข่ายภายในสำนักงาน ป.ป.ช. สามารถช่วยเหลือเรื่องคดีได้ แต่มีค่าใช้จ่ายในการดำเนินการ แต่ผู้เสียหายไม่เชื่อว่า ป.ป.ช. จะมีการโทรมาในลักษณะเช่นนี้ ทั้งนี้ ผู้เสียหายยืนยันว่าพฤติการณ์ในคดีของตนกับพวกดังกล่าวกระทำไปเพื่อประโยชน์ของทางราชการ และไม่มีเจตนาทุจริตต่อหน้าที่ ผู้เสียหายจึงติดต่อแจ้งเบาะแสให้กับสำนักสืบสวนและกิจการพิเศษ ต่อมานายศรายุทธ ได้ติดต่อเข้าพบผู้เสียหายเพื่อเจรจาเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายในการดำเนินการ โดยนายศรายุทธแจ้งว่าการช่วยเหลือเกี่ยวกับคดีนี้มีค่าใช้จ่าย เป็นจำนวน 15 กิโลกรัม หรือเป็นเงินจำนวน 15,000,000 บาท สำหรับผู้ถูกกล่าวหาในคดีทั้ง 3 ราย (รายละ 5,000,000 บาท)
ต่อมาได้มีการเจรจาต่อรองเรื่องจำนวนเงิน กระทั่งนายศรายุทธยอมตกลงเรียกรับเงิน จำนวน 3,000,000 บาท (รายละ 1,000,000 บาท) โดยจะต้องจ่ายเป็นเงินสดล่วงหน้าก่อนเป็นเงินจำนวน 2,000,000 บาท เจ้าหน้าที่สำนักงาน ป.ป.ช. , บก.ปปป. และสำนักงาน ป.ป.ท. จึงได้วางแผนร่วมกับผู้เสียหาย นัดหมายให้นายศรายุทธมารับเงินสดเป็นเงินมัดจำบางส่วนในวันนี้ จำนวน 200,000 บาท เมื่อถึงเวลานัดเจ้าหน้าที่ได้ร่วมกันนำหมายค้นของศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ที่ ค. 1/2569 ลงวันที่ 24 มี.ค.69 เข้าทำการตรวจค้นที่บ้านพักย่านทุ่งครุ กรุงเทพมหานคร เพื่อรวบรวมพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดหรือพยานหลักฐานซึ่งมีไว้เป็นความผิด หรือได้มาโดยผิดกฎหมายหรือได้ใช้หรือตั้งใจจะใช้ในการกระทำความผิด
ภายหลังการจับกุมเจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ.2566 มาตรา 22 และมาตรา 23 โดยได้นำตัวผู้ถูกจับส่งพนักงานสอบสวน บก.ปปป. เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป