“ศุภจี” ยอมรับ เรือปุ๋ยไม่สามารถผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ส่งผลให้การคาดการณ์เดิมที่จะมีปุ๋ยใช้เพียงพอถึงเดือนสิงหาคมต้องถูกทบทวนใหม่ หารือใกล้ชิดกับกระทรวงเกษตรฯ ปรับสูตรปุ๋ย เพื่อไม่ให้ปุ๋ยขาดแคลน ย้ำกระทรวงพาณิชย์วางแผนช่วยเหลือค่าครองชีพประชาชนทั้งระยะสั้น และระยะยาว
วันนี้ (28 มี.ค.69) นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า ประเด็นสินค้ากลุ่มพลังงานซึ่งเป็นที่จับตาของสังคม นายกรัฐมนตรีมีความห่วงใย แม้สินค้าเชื้อเพลิงจะเป็นสินค้าควบคุมภายใต้การดูแลของกระทรวงพลังงานเป็นหลัก แต่ในบทบาทของกระทรวงพาณิชย์ ได้ดำเนินการเชิญผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดมาหารือเพื่อตรวจสอบโครงสร้างต้นทุนการผลิตน้ำมันเชื้อเพลิงที่ส่งถึงมือผู้บริโภค เพื่อนำข้อมูลมาวิเคราะห์ภาพรวมว่าการปรับราคาเป็นไปอย่างเหมาะสมตามที่รัฐมนตรีกระทรวงพลังงานระบุไว้หรือไม่ โดยข้อมูลส่วนนี้จะถูกนำมาพิจารณาประกอบการตัดสินใจในเชิงกฎหมายและนโยบายร่วมกัน
ส่วนการป้องกันการเอารัดเอาเปรียบประชาชน ได้มีการส่งทีมเฉพาะกิจร่วมกับพาณิชย์จังหวัดลงพื้นที่ตรวจสอบการปิดป้ายแสดงราคาและการขายเกินราคาเป็นประจำทุกวัน ปัจจุบันได้ตรวจสอบไปแล้วกว่า 4,000 แห่งทั่วประเทศ จากเรื่องร้องเรียนกว่า 400 ราย ซึ่งขณะนี้สามารถจัดการปัญหาไปได้แล้วกว่าครึ่งหนึ่ง และยืนยันว่าจะดำเนินการอย่างเด็ดขาดหากเป็นสินค้าในหมวดควบคุม
ในด้านการดูแลค่าครองชีพ นางศุภจีระบุว่าได้ขอความร่วมมือจากผู้ผลิตรายใหญ่ ผู้ประกอบการค้าปลีก และค้าส่งจำนวนมาก เพื่อจัดทำโครงการ "ไทยช่วยไทย" ซึ่งจะเริ่มคิกออฟตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2569 เป็นต้นไป โดยจะมีสินค้าอุปโภคบริโภคเข้าร่วมมากกว่า 1,000 รายการ มอบส่วนลดพิเศษตั้งแต่ 25% ถึงสูงสุด 50% เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงสินค้าจำเป็นได้ทันทีในราคาที่ประหยัดลง โดยจะกระจายสินค้าผ่านเครือข่ายร้านค้าปลีก-ส่งใน 67 จังหวัดรวมถึงกรุงเทพมหานคร
นอกจากนี้ ยังมีโครงการ "ธงฟ้า" ที่เน้นลงลึกถึงกลุ่มเปราะบางในรายชุมชนมากกว่า 500 แห่ง ในช่วงเดือนเมษายนถึงพฤษภาคม โดยจะใช้ระบบ "ธงฟ้าเคลื่อนที่" หรือรถพุ่มพวงธงฟ้า กระจายสินค้าไปยังพื้นที่ห่างไกลที่ประชาชนเดินทางลำบาก เพื่อสร้างความเป็นธรรมในการเข้าถึงสินค้าราคาย่อมเยาในทุกพื้นที่
สำหรับแผนระยะยาว จะเร่งพัฒนาสินค้าชุมชนทั่วประเทศให้เข้มแข็ง ส่วนวิกฤตการขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซในตะวันออกกลาง นางศุภจี ยอมรับว่าส่งผลกระทบอย่างมาก เพราะ ปัจจุบันมีเรือบรรทุกวัตถุดิบสำคัญ ทั้งปุ๋ย น้ำมัน และผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมี ติดค้างไม่สามารถผ่านช่องแคบได้ โดยเฉพาะเรือบรรทุกปุ๋ยจำนวน 5 ลำที่กำลังมาไทย ส่งผลให้การคาดการณ์เดิมที่จะมีปุ๋ยใช้เพียงพอถึงเดือนสิงหาคมต้องถูกทบทวนใหม่ ดังนั้น เราต้องปรับแผนลดการพึ่งพาวัตถุดิบนำเข้า โดยได้หารือใกล้ชิดกับสมาคมเกษตรทั่วประเทศและกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อพิจารณาปรับสูตรปุ๋ยให้เหมาะสมกับสถานการณ์ เพื่อไม่ให้ปุ๋ยขาดแคลน
ขณะเดียวกันในการส่งออกข้าวและสินค้าอื่นๆ ที่ติดปัญหาการขนส่ง กระทรวงฯได้ประสานงานกับกระทรวงการต่างประเทศเพื่อเจรจาลำเลียงสินค้าให้ได้มากที่สุด แม้จะมีความล่าช้าแต่ยังไม่มีการยกเลิกคำสั่งซื้อ ขณะเดียวกันยังได้รุกเจรจากับตลาดเดิมในแอฟริกาและลาตินอเมริกา เพื่อใช้เป็นช่องทางระบายสินค้าทดแทน เพื่อลดผลกระทบต่อภาคการส่งออกของไทยให้เหลือน้อยที่สุด