ลุยตรวจระบบควบคุมการจราจร และความปลอดภัยทางทะเล จ.ชลบุรี และตรวจโรงกลั่นน้ำมัน จ.ระยอง เพื่อแก้ไขปัญหาภาวะวิกฤติน้ำมันเชื้อเพลิงในประเทศ เตรียมประชุมภาพรวม 1 เมษายนนี้
วันนี้ (30 มี.ค. 69 ) ตามนโยบายนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี สั่งการให้รัฐบาล และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ป้องกันปราบปรามการลักลอบขนน้ำมันออกนอกประเทศ กักตุน และโก่งราคา ล่าสุด พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม พร้อม พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รอง ผบ.ตร. ผู้เดินทางไปเยี่ยมชม และตรวจสอบการปฏิบัติงานของสำนักงานควบคุมการจราจรและความปลอดภัยทางทะเล (แหลมฉบัง) อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี โดยมี นายนริศ นิรามัยวงค์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี พร้อม นายนัฐธี เม่นนิ่ม ผอ.สำนักงานควบคุมการจราจรและความปลอดภัยทางทะเล, และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ร่วมตรวจเยี่ยม
พล.ต.ท.รุทธพล กล่าวว่า เป็นการตรวจเยี่ยมสำนักงานควบคุมการจราจรและความปลอดภัยทางทะเล เพื่อตรวจสอบความพร้อมของระบบ และประสานการปฏิบัติกับศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล (ศรชล.) เพื่อเป็นแนวทางการทำงานต่อไป ผลการตรวจสอบ ไม่พบสิ่งผิดปกติในการทำงานของระบบควบคุม และพบว่าหน่วยงานภายใต้ ศรชล. มีการบูรณาการการทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ
ส่วนผลการจับกุมเรือน้ำมันเถื่อน เมื่อวันที่ 26 มีนาคม ที่ผ่านมา ทัพเรือภาคที่ 1 ได้ส่งเรือหลวงตากใบ ออกลาดตระเวนบริเวณเกาะคราม อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี สามารถจับกุมเรือที่ใช้ชื่อปลอม ซึ่งจดทะเบียนเป็นเรือเดินในลำน้ำแต่นำมาวิ่งในทะเล พร้อมยึดของกลางเป็นน้ำมันดีเซล 85,000 ลิตร กรมสรรพสามิต และกรมเจ้าท่าได้เปรียบเทียบปรับตามกฎหมาย เป็นที่เรียบร้อยแล้ว แม้กัปตันเรือจะให้การปฏิเสธ แต่จากเส้นทางการเดินเรือพบว่า ออกจากศรีราชา มีปลายทางที่ปากน้ำระยอง ปัจจุบัน ศรชล.ภาค 1 กำลังสืบสวนขยาย เพื่อหาตัวผู้กระทำผิดที่แท้จริง
จากนั้นและคณะ ได้ไปเยี่ยมชมการบริหารจัดการของบริษัท ไออาร์พีซี (IRPC) จำกัด (มหาชน) ต.เชิงเนิน อ.เมือง จ.ระยอง เพื่อตรวจสอบการดำเนินการในส่วนโรงกลั่น การซื้อขาย และการขนถ่าย ขนส่งน้ำมัน โดยมี นายไตรภพ วงศ์ไตรรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง, พล.ต.ต.เสถียร บุญค้ำ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2, พล.ต.ต.ปราโมทย์ งามประดิษฐ์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดระยอง, ผู้แทนกองบังคับการตำรวจน้ำ, และตัวแทนพลังงานจังหวัดระยอง, พาณิชย์จังหวัดระยอง, สรรพสามิตพื้นที่ระยอง 1 ร่วมเยี่ยมชม
ในส่วนของ IRPC ตรวจสอบพบว่าตั้งแต่ช่วงที่มีวิกฤตปัญหา วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 ไม่ได้ลดการผลิตน้ำมัน และส่งจำหน่ายตามปกติ ไม่มีการกักตุน แต่ในส่วนของน้ำมันประมง (น้ำมันเขียว) ที่ปัจจุบันมีราคาสูงกว่าทางบก จึงไม่มีผู้ประกอบการขนส่งน้ำมันเขียวมารับซื้อ เนื่องจากหันไปซื้อที่คลังหรือสถานีบริการน้ำมันแทน ปัจจุบันจึงยุติการผลิตและจำหน่าย แต่ได้แปรน้ำมันเขียวมาเป็นยูโร 5 ใช้ในประเทศแทน
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับแผนการปฏิบัติงานระยะต่อไป เจ้าหน้าที่จะเข้าตรวจสอบคลังน้ำมันเป้าหมายที่มีบัญชีรายชื่อแล้ว โดยในวันพุธที่ 1 เมษายนนี้ จะมีการเรียกประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งระบบ เช่น รอง ผบ.ตร., DSI, กรมธุรกิจพลังงาน, กรมสรรพสามิต, กรมศุลกากร เพื่อบูรณาการข้อมูลและกำหนดทิศทางการทำงาน หาข้อสรุปและแนวทางปฏิบัติในการแก้ไขปัญหาวิกฤตพลังงานร่วมกันต่อไป