DSI ประชุม ตามหาน้ำมันหายในทะเล

View icon 26
วันที่ 7 เม.ย. 2569 | 11.28 น.
ห้องข่าวภาคเที่ยง
แชร์
ห้องข่าวภาคเที่ยง - ต้องติดตามกันต่อกับความผิดปกติ เรือขนส่งน้ำมันทางทะเล ที่สงสัยว่า อาจมีการถ่ายน้ำมันระหว่างทาง แล้วตัวเลขน้ำมันหายไปไม่ต่ำกว่า 57 ล้านลิตร ที่เที่ยงวันนี้ DSI จะได้รับข้อมูลจาก ศรชล. ว่ามีเรือกี่ลำ กี่บริษัท กี่เที่ยว ที่ต้องเข้าไปขยายผลสืบสวนต่อ

ผลจากการประชุมหารือกับ DSI เมื่อวานนี้ ทำให้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ในฐานะ รองประธานคณะกรรมการคดีพิเศษ ออกมาพูดได้อย่างชัดเจน ว่า เรือบรรทุกน้ำมันที่ออกจากคลังน้ำมัน ในจังหวัดสุราษฎร์ธานี ขาไปบรรทุกน้ำมัน 217 ล้านลิตร ปลายทางต้องนำไปส่งที่คลังน้ำมัน 6 แห่ง แต่พอไปถึงกลับเหลือน้ำมันส่งแค่ 160 ล้านลิตร หายไป 57 ล้านลิตร ตัวเลขจะเป็นไปตามนี้หรือไม่ ไม่ยืนยัน แต่ที่แน่ ๆ ผิดปกติแน่นอน

แล้วน้ำมันหายไปได้อย่างไร มีการตั้งข้อสังเกตกระบวนการหายไปของน้ำมัน จากเพจฯ "ชมรม STRONGต้านทุจริตประเทศไทย" ถึงกระบวนการทุจริต 10 ขั้นตอน

เริ่มจากการการถ่ายลำกลางทะเล อาศัยช่วงเรือจอดในจุดอับสัญญาณ หรืออ้างเหตุขัดข้อง ใช้เรือเล็กเข้ามาเทียบแล้ว ดูดน้ำมันออกจากเรือหลัก จากนั้นก็เติมสารบางอย่างเข้าไปแทน เพื่อให้น้ำหนักดูปกติ แล้วเอาน้ำมันที่ได้มาแบบผิดกฎหมาย ไปสวมสิทธิ์ในคลังน้ำมัน แล้วแจ้งยอดขายต่ำ เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกตรวจสอบ ตัวเลขน้ำมันคงค้างในคลังแท้จริง ว่ามีอยู่เท่าไร

ขณะที่เบื้องหลังก็จะมีการตกแต่งบัญชี กักตุนน้ำมันเพื่อรอช่วงที่มีราคาขึ้นสูงเพื่อส่งขาย หรือเอาไปขายให้กับภาคอุตสาหกรรม ที่ต้องใช้น้ำมันปริมาณมาก และให้ราคาสูงกว่าที่ขายปลีกประมาณลิตรละ 10 บาท หรืออาจลักลอบขายประเทศเพื่อนบ้าน และใช้นอมินีในการดูแลกิจการแทนเจ้าของตัวจริง สร้างเครือข่ายกระทำผิดขึ้นมาอย่างเป็นระบบ

ถามต่อเรื่องนี้กับ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ที่เข้าทำงานอย่างเป็นทางการวันแรก ก็พูดชัดถึงวิธีการลักลอบดูดน้ำมันออกไป ว่ามีการถ่ายน้ำมันแน่ ๆ เพียงแต่เป็นลำไหน กี่เที่ยว ปริมาณเท่าไร ข้อมูลทั้งหมดนี้ DSI ได้ประสานแลกเปลี่ยนข้อมูลกับ ศรชล. ไปแล้ว คาดว่าเที่ยงวันนี้จะได้รับคำตอบ

ส่วนที่ว่าจะเป็นเรื่องเหตุเรือขัดข้องจริง ๆ หรือแม้แต่ที่บริษัทคลังน้ำมัน จะออกมาแถลงชี้แจงเมื่อวานนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม บอกว่า ก็ไม่ปฏิเสธการชี้แจงข้อเท็จจริง เพียงแต่ตอนนี้เมื่อพบความผิดปกติ ก็จำเป็นต้องมีการตรวจสอบตามขั้นตอน หากพยานหลักฐานชี้แจงได้ ก็ไม่มีปัญหา

อย่างไรก็ตาม สำหรับจุดที่พบความผิดปกติใหญ่ ๆ ตอนนี้คือที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี แต่ยังมีอีกอย่างน้อย 2 จังหวัด ก็คือ ชุมพร และสงขลา ที่ต้องตรวจสอบด้วยเหมือนกัน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง