ภัยสแกมเมอร์ กับปัญหาผู้สูงอายุไม่เชื่อตำรวจ

View icon 26
วันที่ 14 เม.ย. 2569 | 07.13 น.
สนามข่าว 7 สี
แชร์
สนามข่าว 7 สี -  สิ่งที่น่าหนักใจที่สุด คือ ความเข้าใจกับสถานการณ์ โดยเฉพาะเวลาที่ตำรวจไปเตือนภัยถึงที่ ว่าเหตุต้องมีการอายัดบัญชี และขอให้หยุดการโอนเงินเข้าบัญชีม้า เพราะเสี่ยงต่อการสูญเงิน บางคนที่เชื่อก็ดีไป แต่ที่ไม่เชื่อก็คงทำอะไรไม่ได้มาก นอกจากให้คำแนะนำ

ภัยสแกมเมอร์ กับปัญหาผู้สูงอายุไม่เชื่อตำรวจ
เป็นหนึ่งในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นช่วงสัปดาห์ที่แล้ว ในพื้นที่ สภ.โพธาราม จังหวัดราชบุรี หลังตำรวจได้รับการประสานจาก ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์​ หรือ ACSC ว่า พบการโอนเงินจากหญิงอายุ 66 ปี รายนี้ เข้าไปในบัญชีม้า จำนวนกว่า 2 ล้านบาท ก็ตามไปเตือนด้วยความหวังดีว่าเสี่ยงต่อการถูกหลอก

ก็เป็นไปตามที่ได้ยินคำตอบ หญิงรายนี้ยังคงเชื่อว่าที่ตัวเองโอนเงินไปนั้นเป็นการลงทุนซื้อ-ขายที่ดิน และเคยได้ค่าตอบแทนมาแล้วหลายครั้ง โดยตัวเองยินดีจะรับความเสี่ยงเอง ตำรวจเลยทำได้แต่อธิบายให้ฟังว่ากลโกงรูปแบบนี้เป็นอย่างไร แล้วแนะนำขั้นตอนการแจ้งความไว้ เผื่อผู้เสียหายจะยอมเปลี่ยนใจ

ส่วนกลลวงต่อมา มากับการสร้างเพจฯ ปลอมขายผลิตภัณฑ์เสริมอาหารทางเฟซบุ๊ก แล้วบอกให้แอดเพิ่มเพื่อน เพื่อเล่นเกมชิงรางวัล แต่การเล่นเกมจะต้องโอนเงินเข้าไปในระบบ เหมือนกับวางเงินกองกลาง ถ้าชนะจะได้เงินก้อนใหญ่ มีผู้หญิงอายุ 64 ปี ในพื้นที่จังหวัดพิจิตร ตกเป็นเหยื่อ โอนเงินไปทั้งหมดกว่า 9 แสนบาท แล้วเพิ่งไปเอาเงินสดเข้าบัญชี กำลังจะโอนไปอีก 5 แสนบาท ดีว่าเจ้าหน้าที่สั่งอายัดบัญชี แล้วให้ตำรวจ สภ.บางมูลนาก เข้าไปอธิบาย เลยหยุดความเสียหายได้ทัน

ซึ่งภาพรวมวันที่ 5-11 เมษายนที่ผ่านมา มีผู้เสียหายแจ้งความผ่านระบบออนไลน์ รวมกว่า 7,300 คดี ในจำนวนนี้เป็น "คดีหลอกลงทุน"

ส่วนการติดตามจับกุมผู้ต้องหาที่รับจ้างกดถอนเงินบัญชีม้า มีการจับกุม 11 คดี ผู้ต้องหา 27 คน ยึดของกลางเงินสดได้รวมกว่า 5.4 ล้านบาท โดยฝั่งไทยจับกุมต่อเนื่อง ฝั่งกัมพูชาเองก็ยังพยายามสร้างผลงานให้เห็นเหมือนกัน

กัมพูชาทลายรังสแกมเมอร์ ตรงข้ามสถานทูตฯ
เป็นภาพขณะตำรวจกัมพูชา บุกเข้าไปใน โรงแรม และอะพาร์ตเมนต์ขนาดใหญ่ ที่ตั้งอยู่หน้าสถานทูตฝรั่งเศส กรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา เมื่อช่วงเย็น 12 เมษายนที่ผ่านมา หลังสืบทราบว่าจุดนี้เป็นแหล่งกบดานของแก๊งสแกมเมอร์

เจ้าหน้าที่จับกุมผู้ที่เกี่ยวข้องได้ 311 คน เป็นชาวจีน 254 คน ซึ่งในจำนวนนี้กว่าครึ่งไม่มีหนังสือเดินทาง นอกนั้นเป็นชาวมาเลเซีย เวียดนาม และอินเดีย

ทั้งนี้จากการสืบสวนพบว่าแก๊งนี้จะหลอกลวงหลัก ๆ อยู่ 2 รูปแบบ คือ เน้นหลอกเหยื่อชาวมาเลเซีย ลงทุนเทรดคริปโทเคอร์เรนซี ผ่านแอปฯ หรือ เว็บฯ ปลอม ที่แก๊งนี้สร้างขึ้น และแบบที่ 2 จะสวมรอย อ้างว่า เป็นเจ้าหน้าที่รัฐของ "ไต้หวัน" หลอกลวงเหยื่อโอนเงินมาตรวจสอบ

ส่วนคลิปนี้ เพจฯ "มังกร ซ่อนตัว" นำมาเผยแพร่ ระบุว่า เป็นภาพแอบถ่าย ระหว่างที่เจ้าหน้าที่กรมราชทัณฑ์ จังหวัดอุดรมีชัย ประเทศกัมพูชา กำลังนำตัวผู้ต้องหาสัญชาติไทย ที่ลักลอบหลบหนีเข้าเมืองไปส่งฟ้องศาลฯ โดยแหล่งข่าวต้องการเตือนไปถึงคนไทยว่าตอนนี้กัมพูชามีมาตรการคุมเข้ม และเอาจริงกับผู้ลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมายมากขึ้น

ข่าวที่เกี่ยวข้อง