กระทรวงสาธารณสุข เผยจากเหตุไฟไหม้โรงงานกำจัดของเสีย จ.สระบุรี ยังอยู่ในเกณฑ์ปกติ แต่เฝ้าระวังต่อเนื่อง

กระทรวงสาธารณสุข เผยจากเหตุไฟไหม้โรงงานกำจัดของเสีย จ.สระบุรี ยังอยู่ในเกณฑ์ปกติ แต่เฝ้าระวังต่อเนื่อง

View icon 59
วันที่ 17 เม.ย. 2569 | 13.40 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
วันนี้ (17 เม.ย. 69) นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า จากกรณีเหตุเพลิงไหม้สถานประกอบกิจการจัดการของเสียในพื้นที่ ต.ห้วยแห้ง อ.แก่งคอย จ.สระบุรี เมื่อวันที่ (14 เม.ย. 69) ที่ผ่านมา

หน่วยพิทักษ์สิ่งแวดล้อม (EPU 7) ได้ลงพื้นที่ตรวจวัดคุณภาพอากาศอย่างต่อเนื่อง โดยตรวจวัดก๊าซและไอระเหยสำคัญ เช่น ซัลเฟอร์ไดออกไซด์ ไฮโดรเจนซัลไฟด์ คาร์บอนมอนอกไซด์ และสารอินทรีย์ระเหยง่าย ผลการตรวจวัด ในบริเวณชุมชนในรัศมีโดยรอบ 550 – 1500 เมตรจากจุดเกิดเหตุ เมื่อวันที่ (16 เม.ย. 69) เวลา 14.00 – 15.00 น. พบว่า ทุกจุดอยู่ในเกณฑ์ปกติ ไม่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพประชาชน

นายแพทย์สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า กระทรวงสาธารณสุขยังคงเฝ้าระวังสถานการณ์ดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากสภาพอากาศร้อนจัดอาจส่งผลให้เกิดความเสี่ยงซ้ำได้

รวมทั้ง ยังต้องมีการติดตามเฝ้าระวังผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนในพื้นที่ จากการรับสัมผัสไอระเหยสารเคมีจากเหตุเพลิงไหม้ดังกล่าว ทั้งซัลเฟอร์ไดออกไซด์ ไฮโดรเจนซัลไฟด์ สารอินทรีย์ระเหยง่าย และไฮโดรเจนไซยาไนด์ เป็นต้น ซึ่งเป็นสารอันตรายที่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อทั้งระบบหายใจและระบบประสาท

ทางด้านแพทย์หญิงอัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า กรมอนามัยขอให้ประชาชนโดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง ได้แก่ เด็กเล็ก หญิงตั้งครรภ์ ผู้สูงอายุ ผู้ที่มีโรคระบบทางเดินหายใจและโรคหัวใจและหลอดเลือด สังเกตอาการ หากมีอาการเพียงเล็กน้อย เช่น เวียนศีรษะ คลื่นไส้ หายใจไม่สะดวก หรืออ่อนเพลียผิดปกติ ควรรีบไปสถานพยาบาลใกล้บ้านทันที ขอให้งดหรือชะลอกิจกรรมกลางแจ้งที่ใช้แรงมาก เช่น การวิ่ง การออกกำลังกาย หรือการให้เด็กเล็กเล่นนอกบ้านในช่วงที่ยังมีการเฝ้าระวัง

ทั้งนี้ ขอให้ประชาชนติดตามข้อมูลข่าวสาร ผลการตรวจวัดคุณภาพอากาศ และคำแนะนำจากหน่วยงานราชการอย่างใกล้ชิด หากพบกลิ่นสารเคมีรุนแรง ควันเพิ่มขึ้น หรือมีผู้มีอาการผิดปกติหลายรายในชุมชน ให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่สาธารณสุขหรือหน่วยงานในพื้นที่โดยเร็ว

นอกจากนี้ ขอความร่วมมือโรงงานและสถานประกอบการต่าง ๆ เฝ้าระวังและเพิ่มความเข้มงวดในการป้องกันการเกิดเพลิงไหม้ในช่วงอากาศร้อนจัด เพื่อลดความเสี่ยงการเกิดเหตุซ้ำ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง