โฆษก ตร. สั่งตรวจสอบ “หมวดนัท” สวมเครื่องแบบคล้ายทหาร ปรากฏตัว และให้ข้อมูลนายกฯ ในคืนเกิดเหตุเพลิงไหม้ “โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว” หากเข้าข่ายกระทำความผิด จะต้องดำเนินคดีทางกฎหมาย
วันนี้ ( 14 ก.ค. 69 ) พลตำรวจโท ไตรรงค์ ผิวพรรณ รองจเรตำรวจแห่งชาติ และโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เดินทางมาตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงานด้านการช่วยเหลือและอำนวยความสะดวกแก่ญาติผู้เสียชีวิตจากเหตุเพลิงไหม้สถานบันเทิงร้าน ณ ลาดพร้าว ที่สถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ พร้อมติดตามความคืบหน้าการพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคล และการส่งมอบร่างผู้เสียชีวิตให้แก่ญาติ เพื่อนำไปประกอบพิธีทางศาสนา
ขณะนี้สถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ ได้รับร่างผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าวแล้วทั้งหมด 30 ร่าง โดยสามารถพิสูจน์และยืนยันอัตลักษณ์บุคคลได้แล้ว 28 ร่าง ส่วนอีก 2 ร่าง ยังอยู่ระหว่างการติดตามญาติและดำเนินกระบวนการพิสูจน์ยืนยันตัวบุคคล ซึ่งคาดว่าจะสามารถดำเนินการแล้วเสร็จในเร็ว ๆ นี้ สำหรับร่างผู้เสียชีวิตที่สามารถยืนยันเอกลักษณ์ได้แล้วนั้น ขณะนี้มีญาติมาติดต่อขอรับร่างกลับไปประกอบพิธีทางศาสนาแล้ว 23 ร่าง
ส่วนกรณีที่เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจสอบจุดเกิดเหตุเพิ่มเติม โดยมุ่งเน้นการตรวจหาต้นเพลิงนั้น พล.ต.ท.ไตรรงค์ กล่าวว่า ขณะนี้ยังอยู่ในกระบวนการตรวจพิสูจน์ของเจ้าหน้าที่ ทั้งการตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุและการนำวัตถุพยานบางส่วนเข้าสู่ห้องปฏิบัติการทางนิติวิทยาศาสตร์ จึงยังไม่สามารถสรุปหรือเปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับสาเหตุของเพลิงไหม้ได้ในขณะนี้
นอกจากนี้ ผู้สื่อข่าวยังสอบถามถึงกรณีที่มีบุคคลแต่งกายคล้ายทหาร ปรากฏตัวในพื้นที่เกิดเหตุ และให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนในคืนวันเกิดเหตุ พล.ต.ท.ไตรรงค์ กล่าวว่า บุคคลทุกคนที่อยู่ในพื้นที่เกิดเหตุ ถือเป็นพยานที่พนักงานสอบสวนจะต้องเรียกมาสอบปากคำทั้งหมด รวมถึงชายที่ปรากฏเป็นข่าว ว่ามีการแต่งกายคล้ายทหารด้วย หากผลการตรวจสอบพบว่า บุคคลดังกล่าวไม่ใช่เจ้าหน้าที่ทหาร หรือผู้มีอำนาจตามกฎหมาย และมีพฤติการณ์ที่เข้าข่ายกระทำความผิด ก็จะต้องพิจารณาดำเนินคดีตามกฎหมายในฐานความผิดที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะกรณีที่มีการให้ข้อมูลต่อสาธารณะ ซึ่งจะต้องตรวจสอบก่อนว่าข้อความที่กล่าวอ้างเป็นข้อเท็จจริงหรือเป็นข้อมูลอันเป็นเท็จ
ซึ่งการดำเนินคดี และการสืบสวนสอบสวนคดีเพลิงไหม้ครั้งนี้ จะต้องอาศัยทั้งพยานบุคคล พยานวัตถุ และพยานทางนิติวิทยาศาสตร์ ควบคู่กันไปอย่างรอบคอบ โปร่งใส และครบทุกมิติ เพื่อให้สามารถสรุปข้อเท็จจริงและหาสาเหตุของเหตุเพลิงไหม้ได้อย่างถูกต้อง พร้อมทั้งนำผลการตรวจสอบไปกำหนดมาตรการป้องกัน เพื่อไม่ให้เกิดเหตุลักษณะเช่นนี้ขึ้นอีกในอนาคต