ป.ป.ช. ชี้มูล อดีตนายก อบจ.อุบลฯ และพวก ผิดวินัย-อาญา จัดซื้อเครื่องสูบน้ำแพงเกินจริง

ป.ป.ช. ชี้มูล อดีตนายก อบจ.อุบลฯ และพวก ผิดวินัย-อาญา จัดซื้อเครื่องสูบน้ำแพงเกินจริง

View icon 44
วันที่ 14 ก.ค. 2569 | 18.14 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
ป.ป.ช. ฟันอาญา-วินัย อดีตนายก อบจ.อุบลฯ และพวก จัดซื้อเครื่องสูบน้ำ 80 เครื่อง พร้อมอุปกรณ์ติดตั้ง แพงเกินจริง รัฐเสียหาย 8,000,000 บาท

วันนี้ (14 ก.ค.69) นายสุรพงษ์  อินทรถาวร เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ในฐานะโฆษกสำนักงาน ป.ป.ช. แถลงว่าคณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิด นายพรชัย เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดอุบลราชธานี กับพวก กรณีร่วมกันทุจริตโครงการจัดซื้อเครื่องสูบน้ำแบบหอยโข่ง เครื่องยนต์ดีเซลขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 8 นิ้ว จำนวน 80 เครื่อง พร้อมอุปกรณ์ เมื่อปีงบประมาณ พ.ศ. 2556 ในราคาที่แพงเกินความเป็นจริง เป็นเหตุให้องค์การบริหารส่วนจังหวัดอุบลราชธานีและทางราชการได้รับความเสียหาย เป็นเงินจำนวน 8,000,000 บาท

ข้อเท็จจริงจากการไต่สวนปรากฏว่า เมื่อปีงบประมาณ พ.ศ. 2556 กองทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม องค์การบริหารส่วนจังหวัดอุบลราชธานี ได้รับอนุมัติเงินกู้เพื่อพัฒนาให้ความช่วยเหลือแก่กลุ่มเกษตรกรผู้ต้องการใช้น้ำตามโครงการเอาชนะความแห้งแล้งด้วยชลประทานระบบท่อ จากนั้นนายปรีชา หัวหน้าฝ่ายพัฒนาแหล่งน้ำ กองทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม องค์การบริหารส่วนจังหวัดอุบลราชธานี ได้เสนอบันทึก ลงวันที่ 26 ธ.ค.55 ขออนุมัติแต่งตั้งคณะกรรมการสืบราคา กำหนดคุณลักษณะและราคากลางครุภัณฑ์ตามโครงการดังกล่าวให้ นายพรชัย พิจารณา โดยระบุว่ามีความประสงค์จัดหาพัสดุครุภัณฑ์ เครื่องสูบน้ำแบบหอยโข่ง เครื่องยนต์ดีเซล ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางไม่น้อยกว่า 8 นิ้ว สูบน้ำได้ไม่น้อยกว่า 540 ลบ.ม./ชั่วโมง พร้อมอุปกรณ์ติดตั้ง จำนวน 80 เครื่อง อุปกรณ์เชื่อมต่อชลประทานระบบท่อ จำนวน 6 รายการ

ปรากฏว่านายพรชัย ลงนามเห็นชอบและมีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสืบราคา กำหนดคุณลักษณะและราคากลาง ประกอบด้วยนายปรีชา เป็นประธานกรรมการ, นายสุรพงษ์, นายเทิดศักดิ์, นางสุรัชดา, และนายวิรัตน์ เป็นกรรมการ ต่อมาเมื่อวันที่ 21 ม.ค.56 คณะกรรมการชุดดังกล่าวได้เสนอรายงานการสืบราคาถึงนายพรชัย ผ่านนายยุทธพล รองปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดอุบลราชธานี และนายปรีชา ในฐานะหัวหน้าฝ่ายพัฒนาแหล่งน้ำ โดยกำหนดราคาเครื่องสูบน้ำแบบหอยโข่งเครื่องยนต์ดีเซลขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางไม่น้อยกว่า 8 นิ้ว สูบน้ำได้ไม่น้อยกว่า 540 ลบ.ม./ชั่วโมง พร้อมอุปกรณ์ติดตั้ง จำนวน 80 เครื่อง ราคาเครื่องละ 750,000 บาท ตามที่นายพรชัย สั่งการให้กำหนดราคาเครื่องละ 750,000 บาท ทั้งที่เมื่อปีงบประมาณ พ.ศ. 2554 นายพรชัยได้อนุมัติให้จัดซื้อเครื่องสูบน้ำที่มีคุณลักษณะเช่นเดียวกันนี้ตามที่คณะกรรมการสืบราคาและผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้นเสนอในราคาเครื่องละ 650,000 บาท

ดังนั้น จึงเป็นการกำหนดราคากลางสูงกว่าราคาที่เคยจัดซื้อในปีงบประมาณ พ.ศ. 2554 เครื่องละ 100,000 บาท ทั้งที่ตามหลักเกณฑ์ของทางราชการระบุว่า การกำหนดราคากลางให้ใช้ราคาที่หน่วยงานเคยจัดซื้อภายใน 2 ปีงบประมาณ ต่อมานายพรชัยได้อนุมัติให้นำราคากลางดังกล่าวไปดำเนินการจัดซื้อจัดจ้าง และเมื่อวันที่ 5 ก.ค.56 ได้ทำสัญญาซื้อขายกับผู้ขาย ทั้งที่มีราคาแพงเกินความเป็นจริง เป็นเหตุให้องค์การบริหารส่วนจังหวัดอุบลราชธานีและทางราชการได้รับความเสียหาย เป็นเงินจำนวน 8,000,000 บาท

คณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณาแล้วมีมติว่า การกระทำของนายพรชัย มีมูลความผิดทางอาญา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 และมาตรา 157 พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 123/1 (ปัจจุบันเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 172) และมีมูลความผิดฐานละเลยไม่ปฏิบัติการตามอำนาจหน้าที่หรือปฏิบัติการไม่ชอบด้วยอำนาจหน้าที่หรือประพฤติตนฝ่าฝืนต่อความสงบเรียบร้อยของประชาชน ตามพระราชบัญญัติองค์การบริหารส่วนจังหวัด พ.ศ. 2540 และที่แก้ไขเพิ่มเติม

การกระทำของนายปรีชา, นายสุรพงษ์, นายเทิดศักดิ์, นางสุรัชดา, นายวิรัตน์ และนายยุทธพล มีมูลความผิดทางอาญา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 ประกอบมาตรา 86 และมาตรา 157 พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกัน และปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 123/1 (ปัจจุบันเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 172) และมีมูลความผิดทางวินัยอย่างร้ายแรง

ให้ส่งรายงานสำนวนการไต่สวน เอกสารหลักฐาน สำเนาอิเล็กทรอนิกส์ และคำวินิจฉัยไปยังอัยการสูงสุด เพื่อดำเนินคดีอาญาในศาลซึ่งมีเขตอำนาจพิจารณาพิพากษาคดี และส่งรายงาน สำนวนการไต่สวนเอกสารหลักฐาน และคำวินิจฉัยไปยังผู้บังคับบัญชา เพื่อดำเนินการทางวินัย ตามฐานความผิดดังกล่าวตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 91 (1) และ (2) มาตรา 98 และมาตรา 98 วรรคหนึ่ง ประกอบมาตรา 98 วรรคสี่ แล้วแต่กรณีต่อไป และแจ้งผลให้สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งทราบ