สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจ

View icon 40
วันที่ 21 เม.ย. 2569 | 20.01 น.
ข่าวในพระราชสำนัก
แชร์
เวลา 10.06 น. วันนี้ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี อุปนายิกาผู้อำนวยการสภากาชาดไทย เสด็จพระราชดำเนินไปยังอาคารสำนักงานเหล่ากาชาดจังหวัดร้อยเอ็ด อำเภอเมืองฯ จังหวัดร้อยเอ็ด ในการนี้ พระราชทานเข็มที่ระลึกแก่ผู้มีจิตศรัทธาบริจาคเงิน

จากนั้น ทรงเปิด "อาคารสำนักงานเหล่ากาชาดจังหวัดร้อยเอ็ด" (หลังใหม่) ซึ่งสร้างขึ้นเพื่อทดแทนอาคารหลังเดิม ประกอบด้วย อาคาร 2 หลัง อาคารแรกสูง 2 ชั้น ชั้นล่าง มีห้องนายกเหล่ากาชาดจังหวัดร้อยเอ็ด ห้องทำงานเจ้าหน้าที่ ห้องประชุม และห้องพัสดุ ชั้นที่ 2 เป็นห้องประชุมใหญ่ ห้องเก็บของ ห้องควบคุมห้องพัสดุ อาคารที่ 2 เป็นอาคารพัสดุสำหรับจัดเก็บสิ่งของและอุปกรณ์ต่าง ๆ ซึ่งจะใช้เป็นศูนย์กลางในการประสานงานช่วยเหลือผู้ประสบภัย ผู้ยากไร้ และผู้ด้อยโอกาส รวมถึงจัดกิจกรรมสาธารณกุศล รับบริจาคสิ่งของและโลหิต ตลอดจนเป็นสถานที่ประชุมและอบรมอาสาสมัครกาชาด เพื่อให้การช่วยเหลือประชาชนเป็นไปอย่างรวดเร็วและทั่วถึง

จากนั้น ทอดพระเนตรนิทรรศการภารกิจของเหล่ากาชาดจังหวัดร้อยเอ็ด ในการช่วยเหลือประชาชน อาทิ ภารกิจด้านการบรรเทาทุกข์ผู้ประสบภัย เช่น การลงพื้นที่ช่วยเหลือผู้ประสบอัคคีภัย และวาตภัย, ด้านการสังคมสงเคราะห์ ช่วยเหลือผู้ยากไร้ ผู้ด้อยโอกาส ผู้ป่วยยากไร้ และผู้ป่วยในพระราชานุเคราะห์ จำนวน 20 อำเภอ พร้อมทั้งทอดพระเนตรผลการดำเนินงานตามโครงการส่งเสริมและพัฒนาการพูด อ่าน เขียนภาษาไทยของเหล่ากาชาดจังหวัดร้อยเอ็ด ที่สนองพระราชดำรฯ ในการแก้ปัญหานักเรียนระดับประถมศึกษาที่มีปัญหาการเรียนภาษาไทย

ต่อจากนั้น ทรงพระดำเนินไปทอดพระเนตรอาคารคลังพัสดุ เหล่ากาชาดจังหวัดร้อยเอ็ด ในการจัดเก็บเครื่องอุปโภค-บริโภค สำหรับในภารกิจบรรเทาทุกข์ผู้ประสบภัยของเหล่ากาชาดจังหวัดร้อยเอ็ด อาทิ ข้าวสาร อาหารแห้ง อาหารกระป๋อง ยาสามัญประจำบ้าน เครื่องใช้ไฟฟ้า และน้ำดื่ม

แล้วทรงพระดำเนินไปยังรถรับบริจาคโลหิตเคลื่อนที่ ทอดพระเนตรกิจกรรมรถรับบริจาคโลหิตเคลื่อนที่ของศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย

ทั้งนี้ ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ ได้ขอใช้พื้นที่ด้านข้างของอาคารสำนักงานเหล่ากาชาดจังหวัดร้อยเอ็ด สร้างเป็นห้องรับบริจาคโลหิต ห้องเก็บพัสดุ สำหรับออกหน่วยเคลื่อนที่ จนกว่าจะแล้วเสร็จ สามารถเปิดเป็น "งานบริการโลหิตจังหวัดร้อยเอ็ด" แห่งใหม่ ให้บริการได้เต็มศักยภาพต่อไป 

เวลา 12.00 น. เสด็จออก ณ ห้องรับรอง อาคารสำนักงานเหล่ากาชาดจังหวัดร้อยเอ็ด (หลังใหม่) พระราชทานพระราชวโรกาสให้ นางภากมล รัตตเสรี กรรมการและรองเหรัญญิก มูลนิธิชัยพัฒนา นำ นางสาวจันทร์เพ็ญ เกษมทรัพย์ ผู้แทน นางสาวจารุวรรณ เกษมทรัพย์ เฝ้าทูลละอองพระบาท ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายโฉนดที่ดินเลขที่ 50947 เนื้อที่ 5 ไร่ 1 งาน 26 ตารางวา ตั้งอยู่ที่ตำบลปอภาร อำเภอเมืองฯ จังหวัดร้อยเอ็ด เพื่อใช้ประโยชน์ในกิจกรรมของมูลนิธิชัยพัฒนาต่อไป ก่อนเสด็จพระราชดำเนินกลับ พระราชทานพระราชวโรกาส ให้ผู้แทนสภากาชาดไทย และประชาชนชาวร้อยเอ็ดทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายสิ่งของ ด้วยสำนึกในพระพระมหากรุณาธิคุณ ที่เสด็จพระราชดำเนินมาทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจในพื้นที่จังหวัดร้อยเอ็ด

เวลา 12.24 น. เสด็จพระราชดําเนินไปยังวิทยาลัยสงฆ์ร้อยเอ็ด มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย อำเภอธวัชบุรี ทรงเปิดอาคาร "พระเทพวัชรสารบัณฑิต (ประสาร จันทสาโร)" ซึ่งมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ได้รับการจัดสรรงบประมาณจากภาครัฐ เพื่อยกย่อง เชิดชูเกียรติพระเทพวัชรสารบัณฑิต (ประสาร จันทสาโร) พระเถระที่มีชาติภูมิจังหวัดร้อยเอ็ด และมีคุณูปการต่อวิทยาลัยสงฆ์ร้อยเอ็ดในหลายด้าน ปัจจุบัน ดำรงตำแหน่งผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ กรุงเทพมหานคร และรองอธิการบดีฝ่ายวางแผนและพัฒนา มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

โดยเป็นอาคารอเนกประสงค์ ใช้ในการปฏิบัติงานของบุคลากร มีห้องประชุม และห้องเรียนอัจฉริยะ เพื่อใช้ในการจัดการเรียนการสอน ซึ่งปัจจุบันวิทยาลัยสงฆ์ร้อยเอ็ด เปิดสอนในระดับประกาศนียบัตร ระดับปริญญาตรี ระดับปริญญาโท และระดับปริญญาเอก มีนิสิต นักศึกษา รวม 683 รูป/คน มีบุคลากรสายวิชาการ และสายปฏิบัติการวิชาชีพ รวม 49 รูป/คน โดยมีพระเทพวชิรคุณาธาร เจ้าคณะจังหวัดร้อยเอ็ด เจ้าอาวาสวัดบ้านเปลือยใหญ่ ดํารงตําแหน่งประธานคณะกรรมการประจําวิทยาลัยสงฆ์ มีพระวัชรคุณบัณฑิต ดํารงตําแหน่งผู้อํานวยการ

โอกาสนี้ ทอดพระเนตรนิทรรศการพัฒนาการวิทยาลัยสงฆ์ร้อยเอ็ด ในด้านต่าง ๆ ที่มุ่งดําเนินการจัดการเรียนการสอน ในการจัดการศึกษาพระพุทธศาสนา บูรณาการกับศาสตร์สมัยใหม่ และสร้างพุทธนวัตกรรมเพื่อพัฒนาจิตใจและสังคม เสริมสร้างงานกิจการคณะสงฆ์ เพื่อการพัฒนาปัญญา และคุณธรรม นําสันติสุขสู่สังคมอย่างยั่งยืน โดยจะพัฒนาให้เป็นวิทยาเขตสาเกตนคร ที่มีพันธกิจแห่งการสร้างคุณค่าสู่คณะสงฆ์และสังคม จากอดีต ปัจจุบัน และอนาคตที่ยั่งยืน, บทบาทของวิทยาลัยในการบริหารจัดการวิกฤตการณ์ และพุทธจิตอาสาเพื่อชุมชน ในช่วงน้ำท่วม ช่วงการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด19 เหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา และการดำเนินงานของวิทยาลัยสงฆ์กับการอนุรักษ์คัมภีร์โบราณ ดำเนินการโดยศูนย์การเรียนรู้กิจกรรมการอนุรักษ์คัมภีร์โบราณ ที่ได้รับการจัดสรรงบประมาณปี 2570 ในการแปลอักษรธรรมอีสานจากคัมภีร์ใบลาน ที่พบในพื้นที่จังหวัดร้อยเอ็ด ให้เป็นภาษากลาง เพื่อให้พุทธศาสนิกชนคนรุ่นใหม่เข้าถึงหลักธรรมคำสอนทางพระพุทธศาสนาได้ง่ายยิ่งขึ้น

เวลา 17.31 น. เสด็จลง ณ ศาลาดุสิดาลัย สวนจิตรลดา พระราชวังดุสิต ทรงเป็นประธานการประชุมสามัญคณะกรรมการบริหารมูลนิธิสวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ ในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ประจำปีพุทธศักราช 2569 มีระเบียบวาระต่าง ๆ อาทิ รับรองรายงานการประชุมสามัญประจำปีพุทธศักราช 2568, รายงานกิจการและผลการดำเนินงานของมูลนิธิฯ, สรุปผลการดำเนินงานของสวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ จังหวัด 12 จังหวัด, การสร้างสวนและหอเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ที่สวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ ปัตตานี (สวนแม่ สวนลูก) ภายใต้แนวคิดพหุวัฒนธรรม (ไทย จีน อิสลาม) และสะท้อนให้เห็นถึงพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงมีต่อจังหวัดปัตตานี และจังหวัดชายแดนภาคใต้ นอกจากนี้ ยังจะช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยว และเป็นที่ดูดวงจันทร์ของชาวมุสลิม

นอกจากนี้ มีรายงานผลการดำเนินงานของสวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ นนทบุรี เชียงราย และศรีสะเกษ ที่สามารถดูแลรักษา และพัฒนาสวนฯ ได้เป็นอย่างดี รวมถึงการจัดหาเครื่องกระตุกหัวใจไฟฟ้าชนิดอัตโนมัติ ซึ่งมูลนิธิโรคหัวใจแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ สนับสนุนให้มีใช้ประโยชน์ช่วยเหลือคืนชีพขั้นพื้นฐานสำหรับผู้ใช้บริการในสวนฯ ทุกจังหวัด ยกเว้น สวนฯ ชุมพร ที่มีปัญหาเรื่องลิงในสวนฯ

ที่ผ่านมา คณะกรรมการอำนวยการบริหารและสนับสนุนสวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ จังหวัด ทุกแห่ง รวมถึงหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ได้ร่วมดูแลรักษา และพัฒนาสวนฯ ซึ่งปัจจุบันมีอยู่ 12 จังหวัดทั่วทุกภาคของประเทศ ให้เกิดประโยชน์ต่อประชาชนคนไทย ทุกเพศ ทุกวัย ทั้งด้านการพักผ่อนหย่อนใจ ออกกำลังกาย เป็นแหล่งเรียนรู้ทางธรรมชาติ และเป็นสถานที่จัดกิจกรรมได้ตลอดทั้งปี

ข่าวอื่นในหมวด