ชาวสงขลาเริ่มอยู่ไม่ติด ! เพลิงไหม้บ่อขยะ 100 ไร่

ชาวสงขลาเริ่มอยู่ไม่ติด ! เพลิงไหม้บ่อขยะ 100 ไร่

View icon 73
วันที่ 23 เม.ย. 2569 | 17.44 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
ระดมรถน้ำ และรถดับเพลิง ควบคุมเพลิงไหม้บ่อขยะเนื้อที่ 100 ไร่ ปริมาณขยะกว่า 200,000 ตัน ขณะที่ชาวบ้าน เริ่มอยู่ไม่ติด ควันพิษส่งผลต่อสุขภาพ ทั้งเหม็น ทั้งแสบจมูก

วันนี้ (23 เม.ย.69) มีรายงานว่าเกิดเพลิงไหม้ ขยะที่อยู่ภายในบ่อขยะ ในพื้นที่โรงงานกำจัดวัสดุที่ใช้แล้วและผลิตปุ๋ยธรรมชาติ ของเทศบาลนครสงขลา พื้นที่ หมู่ 2 ตำบลเกาะแต้ว อำเภอเมือง จังหวัดสงขลา เกิดกลุ่มควันสีดำ ลอยคละคลุ้งขึ้นสู่ท้องฟ้า ก่อนถูกกระแสลม พัดลอยข้ามหมู่บ้านและภูเขา เข้าพื้นที่เทศบาลนครสงขลา และตำบลเกาะยอ ส่งผลให้ทัศนวิสัยในการมองเห็นบนท้องถนนลดลง เนื่องจากมีหมอกควันปกคลุม

ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่บริเวณจุดเกิดเหตุ ก็พบว่า เทศบาลนครสงขลา ระดมรถน้ำและรถดับเพลิง จากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในพื้นที่ใกล้เคียง และทัพเรือภาค 2 เข้าฉีดน้ำ ควบคุมเพลิงตั้งแต่ช่วงเช้า โดยเฉพาะบริเวณพื้นที่ตรงกลาง ทำให้ควบคุมเพลิงได้ระดับหนึ่ง แต่ก็ยังมีกลุ่มควัน ขณะที่พื้นที่ขอบบ่อขยะ ยังมีเพลิงลุกไหม้อย่างรุนแรง ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องเปลี่ยนทิศทางในการนำรดน้ำเข้าไปดับเพลิง

ส่วนในหมู่บ้านหมู่ที่ 2 ตำบลเกาะแต้ว อำเภอเมืองสงขลา ที่อยู่หลังบ่อขยะ มีกลุ่มควันลอยปกคลุมหมู่บ้านทำให้ชาวบ้าน ที่อาศัยอยู่ภายในบ้าน และพ่อค้าแม่ค้าตามร้านค้าร้านอาหารต้องนำหน้ากากอนามัย มาใส่ป้องกันควันพิษ โดยน.ส.สุนิสา ชาวบ้านคนหนึ่งที่มาซื้อก๋วยเตี๋ยว เล่าว่า เหม็น แสบจมูก จนหายใจไม่ค่อยออก ตนออกจากบ้านมาทำงาน ก็เห็นควันลอยขึ้นฟ้าแล้ว และขณะนี้แม้ใส่หน้ากากอนามัยแล้วก็เอาไม่อยู่

ขณะที่นายอุทัย ปานมณี  พ่อค้าก๋วยเตี๋ยว เล่าว่า เพลิงไหม้บ่อขยะเกิดขึ้นตั้งแต่ช่วงกลางดึก กระทั่งช่วงเช้าก็ลุกลามไหม้เป็นวงกว้าง กระแสลมพัดควันปกคลุมในพื้นที่เทศบาลนครสงขลา และเกาะยอ  จากนั้นกระแสลมพัดควันย้อนปกคลุมหมู่บ้านอีกครั้ง ทำให้เริ่มหายใจไม่สะดวก มีอาการแสบจมูก เพราะกลิ่นควันเป็นกลิ่นไหม้พลาสติก จนต้องใส่แมส และเหตุที่เกิดขึ้นทำให้กังวลว่า เพลิงไหม้บ่อขยะจะลุกลามไหม้หลายวัน

ด้านนาย ธนกฤต ดำชะเอี้ยง ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ม.2 ต.เกาะแต้ว เปิดเผยว่า ผู้นำหมู่บ้านได้ประชาสัมพันธ์ให้ชาวบ้านป้องกันตัวเอง โดยสวมใส่แมส และปิดประตูบ้านหน้าต่างให้มิดชิด เพื่อป้องกันควันไฟที่เริ่มพัดเข้าบ้านจนพักอาศัยไม่ได้ และกังวลว่าหากสถานการณ์ยืดเยื้อ จะส่งผลกระทบต่อสุขภาพ และสิ่งแวดล้อมในระยะยาว ส่วนสาเหตุเกิดจากขยะจากน้ำท่วมใหญ่ มีขยะที่ตกค้างหมักหมมมานานหลายปี เมื่ออากาศร้อน ก็ทำให้เพลิงลุกไหม้ได้

สอบถาม นายวันชัย ปริญญาศิริ นายกเทศมนตรีนครสงขลา เปิดว่า ขยะที่เพลิงลุกไหม้เป็นขยะจากน้ำท่วมใหญ่ปลายปี 2568 มีน้ำหนักราว 200,000 ตัน ที่ อบจ.สงขลา ขนย้ายมาทิ้งไว้ ในพื้นที่ 200 ไร่ และไหม้ไปแล้ว 100 ไร่ ซึ่งไม่ใช่ขยะของเทศบาลนครสงขลา แต่ อบจ.สงขลา มาใช้พื้นที่ของเทศบาลนครสงขลา ทิ้งขยะในบ่อขยะเก่าเท่านั้น จึงถือว่าขยะกองนี้อยู่ในความรับผิดชอบของ อบจ.สงขลา แต่เมื่อเกิดเพลิงไหม้ขึ้น เทศบาลนครสงขลา ประสานงานกับเทศบาลตำบลเกาะแต้ว รวมทั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นข้างเคียง และฐานทัพเรือสงขลา  ทัพเรือภาค 2 นำรถดับเพลิง รถน้ำ เข้าดับเพลิงมากกว่า 10-20 คัน จนควบคุมสถานการณ์ไม่ให้เพลิงลุกลามได้ และขณะนี้เจ้าหน้าที่ฉีดน้ำเลี้ยงไว้ ไม่ให้เพลิงปะทุขึ้นมาอีก ส่วนสาเหตุของเพลิง เกิดจากขยะที่หมักหมม และขยะบางชิ้นไวไฟ เช่น ไฟแช็ก เมื่ออากาศร้อน ก็ระเบิดแล้วเพลิงลุกไหม้ลุกลามเป็นวงกว้าง 

สำหรับบ่อขยะแห่งนี้ ช่วงต้นเดือนก็เคยเกิดเหตุเพลิงไหม้แล้ว แต่ก็ควบคุมสถานการณ์ได้ เพราะมีการสั่งการให้รถน้ำแสตนบายด์ตลอดเวลา และครั้งนี้ก็ลุกลามไหม้เป็นวงกว้าง จนมีกลุ่มควันลอยเห็นได้จากระยะไกล ทำให้ผู้ใช้รถใช้ถนน ชาวบ้านต่างตกใจ ซึ่งขยะในพื้นที่เทศบาลนครสงขลา ขณะนี้มีการนำเข้าโรงไฟฟ้ากำจัดขยะมูลฝอย ที่อยู่ด้านหลังบ่อขยะเก่าที่เพลิงไหม้  และไม่มีการนำมาทิ้งที่บ่อขยะนี้มานานแล้ว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง