วันนี้ (28 เม.ย. 69) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่ทหารพรานสังกัดกรมทหารพรานที่ 13 โดย พ.อ.ภูมินรินทร์ สุขเสพ ผบ.ชค.ทพ.13 สั่้งการให้ เจ้าหน้าที่กองร้อยทหารพรานที่ 1305 ชุดควบคุมกรมทหารพรานที่ 13 ได้รับแจ้งจากแหล่งข่าวว่า จะมีการลักลอบหลบหนีเข้าราชอาณาจักรไทยโดยผิดกฎหมาย จึงได้จัดกำลังร่วมกับชุดเคลื่อนที่เร็ว คทร.ฉก.คลองหาด ,นฝด.11 และชุดปฏิบัติการข่าว ชปข.3 กกล.บูรพา ทำการลาดตระเวน และเฝ้าตรวจในพื้นที่รับผิดชอบ
ต่อมา ชุดเฝ้าตรวจได้ตรวจพบกลุ่มบุคคลต้องสงสัย กำลังเดินเท้าลัดเลาะมาตามทางช่องทางธรรมชาติเข้ามายังฝั่งไทย บริเวณท้ายหมู่บ้าน คลองสมบูรณ์ บ.คลองสมบูรณ์ ม.2 ต.ทับพริก อ.อรัญประเทศ จ.สระเเก้ว ห่างจากแนวชายแดนประมาณ 1 กิโลเมตร เจ้าหน้าที่จึงได้เเสดงตนเพื่อทำการตรวจสอบ
ทั้งนี้ จากการตรวจสอบ พบเป็นแรงงานชาวกัมพูชา (ขาเข้า) จำนวน 15 คน แบ่งเป็น ชาย 9 คน หญิง 5 คน และผู้ติดตาม 1 คน ซึ่งแรงงานต่างด้าวกัมพูชาดังกล่าว ไม่มีเอกสารเดินทาง (Passport) และไม่พบเอกสารแสดงตนการลงทะเบียนให้แรงงานต่างด้าว 3 สัญชาติอยู่ในราชอาณาจักร
ขณะเดียวกัน จากการซักถามเบื้องต้น ทราบว่า ชาวกัมพูชาดังกล่าว มีภูมิลำเนาอยู่ที่ ต.มงคล อ.โมงรืซเซ็ย จ.พระตะบอง และกรุงปอยเปต จ.บันเตียเมียนเจย ต้องการจะเดินทางเข้ามาทำงานก่อสร้าง ในพื้นที่ ต.คูคต อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี มีนายจ้างชื่อ นางวิภาวดี เป็นผู้ติดต่อพวกตนให้มาทำงาน จะได้รับค่าจ้างรายวัน วันละ 300 บาท
โดยติดต่อผ่านนายหน้าชาวกัมพูชา เสียค่าใช้จ่ายในการเดินทางให้กับนายหน้าชาวกัมพูชาคนละ 8,000 บาท ให้มาส่งบริเวณแนวชายแดน และจะมีรถมารับ
เมื่อเดินทางมาถึงทางหลวงหมายเลข 3076 จากนั้น แรงงานดังกล่าว จึงได้เดินเท้าตามช่องทางธรรมชาติเข้ามายังฝั่งไทย จนกระทั่งถูกชุดเฝ้าตรวจ ตรวจพบและจับกุม ซึ่งชุดปฏิบัติการฯ ร่วม จึงได้แจ้งข้อมูลเกี่ยวกับผู้ถูกควบคุมตัวตามมาตรา 22 วรรคสอง แห่ง พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทรมาน และการกระทำให้สูญหาย พ.ศ.2565 ให้ผู้ถูกควบคุมตัวทราบ และส่งมอบชาวกัมพูชาดังกล่าว ให้กับพนักงานสอบสวน สภ.คลองน้ำใส เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป