ขสป.อ่างฤาไน ปูพรมกวาดล้าง กับดักมรณะ 2 วันรื้อบ่วงพรานเฉียดร้อยเส้น หลังพบลูกช้างเดินขาติดบ่วง

ขสป.อ่างฤาไน ปูพรมกวาดล้าง กับดักมรณะ 2 วันรื้อบ่วงพรานเฉียดร้อยเส้น หลังพบลูกช้างเดินขาติดบ่วง

View icon 27
วันที่ 30 เม.ย. 2569 | 15.47 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
วันนี้ (30 เม.ย. 69) เจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไน ปิดจ็อบภารกิจลาดตระเวนเชิงคุณภาพ วันที่ 2 กวาดล้างบ่วงแร้วดักสัตว์ป่าต่อเนื่องในพื้นที่ป่าคลองแดง-เขาสวรรค์ สรุปยอดรวม 2 วัน ทำลายกับดักได้เกือบ 100 เส้น เร่งขจัดภัยคุกคามสัตว์ป่าตามนโยบายเข้มของ รมว.ทส. และอธิบดีกรมอุทยานฯ

นายเอกชัย แสนดี หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไน เปิดเผยผลการปฏิบัติงานล่าสุดในวันนี้ (29 เม.ย. 69) ว่า เจ้าหน้าที่สนธิกำลัง 4 หน่วยพิทักษ์ป่า ได้แก่ หน่วยฯ คลองครก, เขาปอ, สีระมัน และบ่อชะอม ได้ร่วมกันออกปฏิบัติการตรวจปราบปรามและเก็บกู้บ่วงแร้วดักสัตว์ป่าเป็นวันที่สองติดต่อกัน

โดยแบ่งกำลังเป็น 2 ชุด เข้าตรวจสอบตามพิกัดเป้าหมายอย่างละเอียดในท้องที่ ต.พวา อ.แก่งหางแมว จ.จันทบุรี ซึ่งผลการปฏิบัติงานในวันนี้สามารถเก็บกู้บ่วงแร้วเพิ่มเติมได้อีกจำนวน 9 เส้น

ปฏิบัติการครั้งนี้ถือเป็นการขยายผลต่อเนื่องจากวันที่ (28 เม.ย.69) ที่ผ่านมา ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ระดมกำลังปูพรมครั้งใหญ่หลังจากเกิดเหตุสลดพบลูกช้างป่าในพื้นที่บ้านเขาสวรรค์ได้รับบาดเจ็บจากการติดบ่วงพรานเมื่อสัปดาห์ก่อน

โดยในวันแรกของปฏิบัติการ (28 เม.ย.69) เจ้าหน้าที่สามารถรื้อถอนบ่วงแร้วที่ซุกซ่อนอยู่ตามแนวป่าได้มากถึง 90 เส้น ส่งผลให้ยอดรวมการกวาดล้างทั้ง 2 วัน เจ้าหน้าที่สามารถถอนรากถอนโคน "กับดักมรณะ" ออกจากพื้นที่รับผิดชอบได้ทั้งสิ้นรวม 99 เส้น

นายเอกชัย ให้ข้อมูลเพิ่มเติมถึงอันตรายของอุปกรณ์ดังกล่าวว่า บ่วงแร้วถือเป็นอุปกรณ์ล่าสัตว์ที่อันตรายและไร้มนุษยธรรมที่สุดประเภทหนึ่ง เนื่องจากเป็น "กับดักที่ทำงานแบบไม่เลือกหน้า" ไม่ว่าจะเป็นสัตว์ขนาดเล็กหรือสัตว์ใหญ่อย่างช้างป่า หากพลาดท่าเข้าไปติด กลไกของบ่วงเหล็กจะทำงานทันที

โดยจะยิ่งรัดแน่นขึ้นตามแรงดิ้นของสัตว์ สำหรับช้างป่า บ่วงมักจะรัดเข้าที่บริเวณงวงหรือข้อเท้า ซึ่งเป็นส่วนที่มีเส้นเลือดและเส้นประสาทสำคัญจำนวนมาก

เมื่อบ่วงบาดลึกเข้าถึงกระดูก จะทำให้เกิดบาดแผลฉกรรจ์ที่รักษาได้ยากมาก สัตว์ต้องทนทุกข์ทรมานจากภาวะแผลเน่า ติดเชื้อในกระแสเลือด และในหลายกรณีสัตว์ป่าต้องจบชีวิตลงอย่างช้า ๆ ท่ามกลางความเจ็บปวด ซึ่งเป็นภาพที่สะเทือนใจต่อผู้พบเห็นอย่างยิ่ง

การปฏิบัติการเชิงรุกครั้งนี้เป็นไปตามข้อสั่งการของ นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และ นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ที่เน้นย้ำให้เจ้าหน้าที่ลาดตระเวนอย่างเข้มข้นเพื่อรักษาความปลอดภัยให้แก่สัตว์ป่าและป้องกันการสูญเสียในระบบนิเวศอย่างยั่งยืน

นอกจากนี้ ปฏิบัติการกวาดล้างครั้งนี้ยังเป็นการส่งสัญญาณเตือนไปยังกลุ่มพรานและผู้ลักลอบวางกับดักว่า ทางเขตฯ จะเพิ่มความเข้มข้นในการตรวจตรา และจะดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างถึงที่สุด เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอยลูกช้างป่าเคราะห์ร้าย และเพื่อคืนผืนป่าที่ปลอดภัยให้แก่สัตว์ป่าทุกตัวอย่างแท้จริง