ข่าวเย็นประเด็นร้อน - พายุฤดูร้อนพัดถล่มไทยรอบนี้ ไม่มีแผ่ว ! แรงตั้งแต่วันแรกจนสถานการณ์ล่าสุด บางคนบอกเกิดมาหลายสิบปี ไม่เคยเจอลมพัดรุนแรงขนาดนี้ กลัวจนถึงขั้นร้องไห้
ใครเจอแบบนี้ก็ต้องกลัวว่าจะได้รับอันตราย คลิปพายุฤดูร้อนที่พัดถล่มพื้นที่ตำบลหนองบัว อำเภอบ้านค่าย จังหวัดระยอง ชาวบ้านบอกว่า เกิดมา 60-70 ปี ไม่เคยเจอลมแรงแบบนี้ ทั้งลม ทั้งฝน มาแบบมืดฟ้ามัวดิน มองไม่เห็นอะไรเลย พัดสิ่งของปลิวกระจัดกระจาย ไปคนละทิศคนละทาง ขนาดเจ้าของบ้าน แม้ตัวอยู่ในบ้าน แต่กลับรู้สึกเหมือนบ้านจะปลิวไปพร้อมกับลม นั่งร้องไห้ด้วยความกลัว เชื่อว่าที่เป็นแบบนี้เพราะโลกร้อน สภาพอากาศจึงแปรปรวน หลังฝนหยุด พบหลังคาบ้าน และฝ้าเพดานพังเสียหาย กว่า 30 หลังคาเรือน เคราะห์ดีที่ไม่มีผู้บาดเจ็บ
ไม่ใช่แค่บ้านเรือนประชาชนที่ประสบภัย นักแสดงคณะลิเกในจังหวัดนครราชสีมา ก็ไม่ต่างกัน ยังไม่ทันได้ขึ้นแสดง พายุฝนก็พัดถล่มเวทีลิเก ทั้งลำโพงและเครื่องเสียงเปียกน้ำ ไม่รู้ว่าจะสามารถใช้งานต่อได้หรือไม่ นักแสดงและทีมงานได้แต่หลบฝนยอมรับชะตากรรม ไม่สามารถจัดแสดงได้ ส่วนคนดูที่ตั้งใจจะมาชมการแสดง ก็หนีฝนกลับบ้าน บางคนหลบไม่ทัน ก็ขอมาอาศัยเวทีลิเกหลบฝนด้วย
แม้แต่วัด พายุฤดูร้อนก็ไม่เว้น นี่คือภาพจากวัดแจ้งใน จังหวัดนครราชสีมา หลังฝนตกเพียงไม่นาน ก็เกิดน้ำท่วมศาลาวัดอย่างรวดเร็ว ที่เห็นอยู่คือพระครูวรนายกสิทธาคม รักษาการเจ้าอาวาส ต้องลุกขึ้นมาวิดน้ำกลางดึก ไม่ได้หลับไม่ได้นอน เพราะกลัวน้ำจะยิ่งเพิ่มสูงจนข้าวของในวัดเสียหาย
พายุฤดูร้อนครั้งนี้ ทำสูญเสียถึงขั้นมีผู้เสียชีวิต ที่บริเวณตลาดพงษ์ศิริ ตำบลโคกสว่าง อำเภอเมือง จังหวัดสระบุรี จากลมพายุที่พัดถล่มในงานคอนเสิร์ต เรียกได้ว่าเป็นนาทีชีวิตของผู้ที่มาร่วมงาน ต้องวิ่งหนีตายและเอาชีวิตรอด หลังฝนตกหนักลมแรง เป็นเหตุให้ซุ้มป้ายทางเข้างานคอนเสิร์ต หล่นลงมาทับประชาชนหลายคน แม้เจ้าหน้าที่กู้ชีพกู้ภัยสระบุรี ตำรวจ รวมทั้งพลเมืองดี พยายามช่วยกันยกซุ้มป้ายที่ทับร่างคนเจ็บ แต่ด้วยน้ำหนักที่ค่อนข้างมาก ทำให้ต้องใช้เวลา ซึ่งหลังจากมีการนำตัวส่งโรงพยาบาล เบื้องต้นมีผู้บาดเจ็บ 11 คน ในจำนวนนี้มีผู้บาดเจ็บสาหัส 1 คน แต่ที่น่าเศร้าที่สุดคือ มีผู้เสียชีวิต 1 คน คือ นายศุภวิชญ์ อายุ 17 ปี
หลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่สั่งให้มีการยุติกิจกรรมโดยทันที แต่ประชาชนบางคนจ่ายเงิน เพื่อเข้ามาชมการแสดงแล้ว และจุดเกิดเหตุอยู่ห่างจากเวทีเกือบ 100 เมตร เจ้าหน้าที่จึงมีการอนุโลมให้แสดงคอนเสิร์ตต่อได้
และเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ญาติของผู้เสียชีวิต เดินทางไปรับศพที่โรงพยาบาลสระบุรี ก่อนนำร่างของลูกชายไปทำพิธีฝังที่มัสยิด และเตรียมเข้าแจ้งความกับตำรวจ สภ.เมืองสระบุรี เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายกับผู้จัดงานคอนเสิร์ต
ต่อมาทีมข่าวเข้าไปตรวจสอบพื้นที่จุดเกิดเหตุ พบว่าเจ้าหน้าที่ได้ทำการเคลื่อนย้ายบริเวณประตูซุ้มโครงเหล็ก ที่หล่นลงมาแล้ว เพื่อความปลอดภัยของชาวบ้านในพื้นที่แล้ว รวมไปถึงมีเจ้าหน้าที่ตำรวจลงพื้นที่ตรวงสอบ เก็บหลักฐานในที่เกิดเหตุ ไปจนถึงภาพกล้องวงจรปิดบริเวณใกล้เคียง หลังจากนี้จะมีการเรียกผู้จัดงานคอนเสิร์ตเข้าไปให้ปากคำกับตำรวจ เพื่อดำเนินคดีกับผู้จัดงานคอนเสิร์ตตามกฎหมายต่อไป
และเมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมา ที่กรุงเทพมหานครเอง ก็มีฝนตกหนัก เป็นผลกระทบจากพายุฤดูร้อน หลังจากนี้ยังคงต้องเฝ้าระวังต่อที่ภาคเหนือ ภาคอีสาน ภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล และภาคตะวันออก หลังจากนั้นฝนจะกลับมาตกหนักอีกครั้งในต้นสัปดาห์หน้า (4-6 พ.ค.)