วันนี้ (13 พ.ค. 69) นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เปิดเผยถึงกรณีเกาหลีใต้แบนแรงงานไทยจาก 4 จังหวัด คือ ขอนแก่น อุดรธานี ชัยภูมิ และมหาสารคาม ไม่ให้ไปทำงาน ภาคเกษตร ภาคประมง ตามฤดูกาลที่มาจาก MOU (E8) เป็นระยะเวลา 1 ปี ระหว่างวันที่ 1 ม.ค. - 31 ธ.ค. 69
เนื่องจากมีรายงานบางส่วนที่หลบหนีนายจ้างว่า ในกรณีที่ส่งแรงงานไทยไปในลอตที่ผ่านมามีจำนวนคนไทยที่หนีจากการจ้างงานมากกว่า 20 % ซึ่งต้องตรวจดูว่าเป็นเรื่องของสวัสภาพ สวัสดิการหรือไม่ เมื่อไปแล้วกลายเป็นแรงงานที่อยู่นอกระบบ
โดยปัญหาที่เกิดขึ้นส่วนหนึ่งเกิดจากสัญญาจ้างสั้น ๆ ตามฤดูกาลเกษตร เมื่อมีแรงงานส่วนหนึ่งที่ออกไปทำให้เกิดความเดือดร้อนกับแรงงานกลุ่มอื่นที่กำลังจะเดินทาง
ซึ่งจุดนี้กระทรวงแรงงานได้ประสานไปยังสถานทูตเกาหลีในประเทศไทย เพื่อเชิญท่านทูตเกาหลีประจำประเทศไทยมาหารือ ซึ่งยังยืนยันไม่ได้ว่าจะสามารถพูดคุยได้มากน้อยเพียงใด
นายจุลพันธ์ กล่าวต่อไปว่า อย่างไรก็ตามกระทรวงแรงงานต้องสร้างกลไก สร้างหลักประกันเพื่อให้เกิดความมั่นใจได้ว่า กรณีเช่นนี้จะไม่เกิดขึ้นอีกในอนาคต โดยกระทรวงแรงงานจะหารือกับสถานทูตเกาหลี เพื่อจะสื่อสารไปยังกระทรวงแรงงานของเกาหลีใต้
โดยจุดนี้จะต้องมาคุยกันเนื่องจากเป็นการกระทำของแรงงานกลุ่มหนึ่ง แต่เกิดผลกระทบกับแรงงานที่กำลังจะเดินทางทั้งจังหวัด
นายจุลพันธ์ ยังกล่าวต่อว่า กระทรวงแรงงานเอง ผลักดันในเรื่องของการจัดส่งแรงงานไปทำงานต่างประเทศอย่างมาก ซึ่งตนได้มอบนโยบายเรื่องของการจัดส่งแรงงานไปทำงานต่างประเทศว่าเป็นช่องทางหนึ่งในการสร้างเม็ดเงินให้กับประเทศไทย รวมทั้งการ Upskill/Reskill ที่ดีที่สุด คือ การส่งแรงงานไทยไปทำงานในประเทศที่มีเทคโนโลยีที่แตกต่าง เพื่อให้แรงงานไทยได้เรียนรู้ เอาประสบการณ์ ความรู้ใหม่ ๆ มาพัฒนาประเทศ ทั้งในภาคเกษตรและอุตสาหกรรม
โดยในส่วนนี้กระทรวงแรงงานให้ความสำคัญ พยายามหาตลาดใหม่ ๆ ซึ่งเกาหลีใต้เองเป็นตลาดแรงงานที่สำคัญ กระทรวงแรงงานจึงต้องทำความเข้าใจกับประเทศปลายทาง เพื่อสร้างกลไกภายในในการที่จะคุ้มครองแรงงานให้มีคุณภาพ มีสวัสดิภาพ และขณะเดียวกันการไปทำงานต้องเป็นไปตามสัญญาจ้าง เป็นไปตามข้อกำหนดของประเทศปลายทาง