เช้านี้ที่หมอชิต - ผู้เสียหายจากการติดตั้งโซลาร์เซลล์ไม่ได้มาตรฐาน ร้องมูลนิธิรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม หลังพบว่าผู้รับเหมาใช้อุปกรณ์ไม่ได้มาตรฐาน และไม่เป็นไปตามโฆษณา โดยมีหลักฐานเป็นภาพวงจรปิด
เป็นภาพที่นางสาวธัญญารัตน์ อายุ 40 ปี เจ้าของร้านอาหารญี่ปุ่น ในจังหวัดสระบุรี นำมาเป็นหลักฐานพร้อมเอกสาร พร้อมเล่าให้ฟังว่า ได้ติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์ ที่ร้านหมดเงินไป 320,000 บาท หวังลดค่าไฟฟ้า แต่หลังติดตั้งนอกจากจะไม่ได้ช่วยลดค่าไฟฟ้ายังเกิดประกายไฟจนเกือบลุกไหม้บริเวณอุปกรณ์ที่ติดตั้ง
เมื่อให้วิศวกรมาทำการตรวจสอบ พบว่าไม่ได้มาตรฐาน ทางช่างใช้ Inverter เพียงแค่เฟสเดียวโดยต่อเข้ากับเฟสในบ้าน ที่มี 3 เฟส แถมช่างที่มาติดตั้งเดินสายไม่วางระบบสายดินที่ถูกต้อง ซึ่งสงสัยตั้งแต่ตอนที่ช่างติดตั้ง ที่เปิดYouTube ไปด้วยทำไปด้วย เชื่อว่าช่างคงไม่มีความชำนาญ จนกระทั่งมาเกิดเหตุการณ์ตามภาพ
ส่วนอีกราย ที่เข้าร้องมูลนิธิรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม คือ แพทย์หญิงกรกนก อายุ 31 ปี เจ้าของคลินิกเวชกรรม และยังเป็นตัวแทนของพี่ชาย ที่เปิดคาเฟแมวอยู่ติดกัน และได้ว่าจ้างบริษัทแห่งหนึ่งให้มาทำการติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์ โดยเสียค่าใช้จ่ายในการติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์ที่คลินิก เป็นจำนวนเงิน 230,000 บาท ส่วนของพี่ชายเสียค่าติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์ไปจำนวน 180,000 บาท หลังติดตั้งไปแล้วเวลาผ่านไปหลายเดือนปรากฏว่า ค่าไฟฟ้าก็ยังเสียเท่าเดิม
แต่หลังติดตั้งไปแล้วเวลาผ่านไปหลายเดือนปรากฏว่า ค่าไฟฟ้าก็ยังเสียเท่าเดิม ไม่ได้ลดลง จึงได้ให้วิศวกรมาทำการตรวจสอบ พบว่าการติดตั้งแผงโซล่าเซลล์ไม่ได้มาตรฐาน วัสดุอุปกรณ์ที่นำมาติดตั้งก็ไม่มีคุณภาพ นอกจากนี้ยังทำให้ระบบไฟฟ้าไม่ปกติ
ทางผู้เสียหายได้เข้าแจ้งความไว้กับตำรวจแล้ว แต่ทาง สคบ. ไม่รับเรื่อง เนื่องจากเป็นการติดตั้งในอาคารสำนักงานที่ประกอบการค้าในเชิงธุรกิจ ไม่ใช่ที่พักอาศัย
ซึ่ง ทนายรณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานมูลนิธิรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม กล่าวว่า ที่ผ่านมารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน นายเอกนัฎ พูดอยู่เสมอว่า รัฐบาลมีนโยบายต้องการให้ชาวบ้านติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์ เพื่อประหยัดค่าไฟฟ้าในบ้าน ลดค่าใช้จ่ายในด้านพลังงานน้ำมัน เรื่องนี้จึงจะนำผู้เสียหายเข้าร้อง รัฐมนตรีเอกนัฎเอง ที่กระทรวงพลังงาน เพราะ สคบ.ไม่รับเรื่อง ต้องไปทำเรื่องฟ้องร้องทางแพ่งเรียกค่าเสียหายเอง