ทหารกัมพูชายิงปืนเล็กยาว 11 นัด ชายแดน จ.สุรินทร์

View icon 109
วันที่ 14 พ.ค. 2569 | 06.08 น.
เช้านี้ที่หมอชิต
แชร์
เช้านี้ที่หมอชิต - ทหารกัมพูชายิงปืนเล็กยาว 11 นัด บริเวณแนวชายแดน โอร์เสม็ด และก่อนหน้านั้น ยังได้มีการส่งทหารเข้ามาบันทึกภาพวิดีโอ ใกล้แนวลวดหนาม

โดยเมื่อช่วงเย็นวานนี้ ทหารกัมพูชา ใช้อาวุธปืนยิงตลอดแนวชายแดนด้านโอร์เสม็ด ซึ่งอยู่ตรงข้ามกับด่านชายแดนช่องจอม อำเภอกาบเชิง จังหวัดสุรินทร์

จุดเริ่มต้นของการยิงอยู่บริเวณเนิน 278 ทิศตะวันออกของช่องจอม ก่อนจะไล่แนวยิงลงมาทางตลาดฝั่งตะวันออกของถนนเข้าสู่พื้นที่โอร์เสม็ด แต่ละจุดมีการยิงประมาณ 1-2 นัด รวมทั้งสิ้น 11 นัด

ทีมข่าวได้ลงพื้นที่ พบว่า บริเวณตลาดชายแดนช่องจอม ซึ่งฝนเพิ่งหยุดตก โดยชาวบ้านในพื้นที่บอกว่า เวลาดังกล่าว ฝนตกหนัก ไม่ได้ยินเสียงปืน และก็ไม่ได้ตื่นตระหนก เพราะชาวบ้านชินกับการยิงปืนเล็กยาวอยู่แล้ว และมีการเตรียมพร้อมตลอดเวลาหากมีการยิงปืนใหญ่ก็จะอพยพได้ทันที

ก่อนที่เพจกองทัพบก และกองทัพบกทันกระแส จะมีการโพสต์ชี้แจงว่า เป็นการยั่วยุ ของทหารกัมพูชา ในพื้นที่โอร์เสม็ด ซึ่งอยู่ตรงข้ามกับด่านชายแดนช่องจอม จังหวัดสุรินทร์ 2 เหตุการณ์ คือ

ช่วงเช้า 09.00 น. ทหารกัมพูชา 10-15 นาย พร้อมต่างชาวชาติ 2 คน ได้เข้ามาใกล้ชายแดน ใกล้กับแนวลวดหนาม และทำการบันทึกวิดีโอ เจ้าหน้าที่ได้แจ้งเตือนด้วยวาจาแต่ไม่เป็นผล จึงดำเนินการยิงเตือนจำนวน 2 นัด ตามมาตรการรักษาความปลอดภัย เพื่อป้องกันการรุกล้ำพื้นที่

ต่อมา 18.40 น. พบการยิงอาวุธปืนเล็ก จากฝั่งกัมพูชา ตลอดแนวพื้นที่โอร์เสม็ด รวม 11 นัด ซึ่งหน่วยในพื้นที่ได้เฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและยังไม่ได้มีการตอบโต้กลับ เนื่องจากประเมินว่าเป็นการยิงยั่วยุเพื่อตรวจสอบแนววางกำลังของฝ่ายไทย

โฆษกกองทัพบกกล่าวเพิ่มเติมว่า กองทัพบก โดยกองกำลังสุรนารี ยังคงตรึงกำลังและพร้อมปฏิบัติการทันทีหากมีการรุกล้ำอธิปไตย โดยยึดถือหลักปฏิบัติตามข้อตกลงและกติกาสากลอย่างเคร่งครัด

ขณะที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รับทราบรายงานกรณี ทหารกัมพูชายิง 11 นัดแล้ว โดยการยิงครั้งนี้อยู่ในฝั่งของเขา ไม่ได้มายั่วยุเราแบบเห็นชัดเจน หรือแสดงอะไร เพียงแต่ได้ยินเสียงปืน และขอให้ชาวบ้านบริเวณชายแดนมั่นใจว่าทหารสามารถปกป้องอธิปไตยได้

พลเรือตรี สุรสันต์ คงสิริ โฆษกกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงกรณีสถานการณ์บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ว่า รัฐบาลและกระทรวงกลาโหมได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยขณะนี้กองกำลังสุรนารีและหน่วยด้านความมั่นคงในพื้นที่ยังคงสามารถควบคุมสถานการณ์ได้

และดูแลความปลอดภัยของประชาชนตามแนวชายแดนอย่างเต็มขีดความสามารถ ตามลำดับขั้นตอน จากเบาไปหาหนัก ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น โดยยึดหลักความอดทน อดกลั้น และเป็นไปตามข้อตกลงร่วม รวมถึงกฎหมายและกติกาสากลอย่างเคร่งครัด

ขณะที่เมื่อคืนที่ผ่านมา กระทรวงกลาโหมกัมพูชา ได้ออกมาปฏิเสธข่าวดังกล่าว พร้อมระบุว่า ข่าวดังกล่าวเป็นข่าวเท็จ และบิดเบือนอย่างร้ายแรง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง