แม่ค้าขายผักตลาดสด โอด น้ำมันแพง แถมมีคาราวานรถพุ่มพวงขายผักถึงหน้าบ้าน ทำตลาดสดเหงา

แม่ค้าขายผักตลาดสด โอด น้ำมันแพง แถมมีคาราวานรถพุ่มพวงขายผักถึงหน้าบ้าน ทำตลาดสดเหงา

View icon 21
วันที่ 18 พ.ค. 2569 | 08.12 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
แม่ค้าขายผักตลาดสด โอด น้ำมันแพง แถมมีคาราวานรถพุ่มพวงขายผักถึงหน้าบ้าน ทำตลาดสดเหงา คนไม่ออกมาเดินตลาด

หลังรัฐบาล พุดนโยบาย “ไทยช่วยไทย”  โครงการบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน พร้อมปล่อยคาราวานรถพุ่งพวงไทยช่วยไทยทั่วประเทศ เพื่อเพิ่มความสะดวกให้แก่ประชาชน ลดค่าใช้จ่ายครัวเรือน ซึ่งส่งผลดีกับผู้บริโภค ที่มีรถพุ่มพวงมาบริการขายผักสด และสินค้าอุปโภคบริโภคอื่นๆถึงหน้าบ้าน แต่อีกด้านผู้ที่ได้รับผลกระทบโดยตรงคือแม่ค้าขายผักในตลาดสด ที่มีลูกค้ามาใช้บริการน้อยลงมาก ขณะที่ราคาผักเองก็ผันผวน แต่ล่ะวันราคาขึ้นลงไม่เท่ากัน

รถพุ่มพวงขายผักสดชนิดต่างๆ ทั้งใส่ถุงห้อยข้างรถ ทั้งจัดวางไว้ตามจุดต่างๆรอบรถเพื่อให้ลูกค้าสามารถเลือกซื้อได้อย่างสะดวก รวมถึงกับข้าว และสินค้าอื่นๆ วิ่งตระเวณให้บริการขายสินค้าตามบ้าน ลัดเลาะเข้าตามตรอกซอกซอย มีลูกค้าทั้งเจ้าประจำและลูกค้าใหม่ที่มาพบ สนใจเข้ามาซื้อสินค้าไม่ขาดสาย ซึ่งลูกค้าต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า มีรถพุ่มพวงมาขายของให้ถึงหน้าบ้านก็สบายขึ้นเยอะ ไม่ต้องออกไปซื้อเองที่ตลาด ประหยัดทั้งน้ำมันรถ และประหยัดเวลาอีกด้วย

นางคำ อายุ 69 ปี ชาวบ้านหนองไฮ ต.พระลับ อ.เมือง จ.ขอนแก่น ลูกค้าที่ออกมาซื้อของจากรถพุ่มพวงบอกกับผู้สื่อข่าวว่า หลังจากมีรถพุ่มพวงมาให้บริการขายผักและสินค้าอื่นๆถึงหน้าบ้าน รู้สึกเป็นสิ่งที่ดีมาก เพราะสะดวกสบาย ไม่ต้องขับรถออกไปตลาดหาซื้อให้เหนื่อย ทำให้ประหยัดทั้งเงินค่าน้ำมันรถและไม่ต้องเสียเวลาออกนอกบ้าน แถมตอนนี้ตัวเองก็อายุมากขึ้น ไปมาลำบาก มีรถขับได้แต่ก็ไม่กล้าออกถนน ต้องรอให้ลูกหลานพาไปซื้อ

ขณะเดียวกันผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ตลาดสดเทศบาล1เขตเทศบาลนครขอนแก่น สำรวจราคาผักชนิดต่างๆ โดยพบกับแม่หนูกอง อายุ 78 ปี แม่ค้าขายผัก ที่ขายผักมาร่วม40 ปี บอกกับผู้สื่อข่าวว่า หลังจากภาวะเศรษฐกิจช่วงนี้ไม่ค่อยดี แถมราคาน้ำมันมีการปรับขึ้น ส่งผลถึงราคาผักที่รับมาขายต่อ ราคาผันผวนวันต่อวัน บวก-ลบ ประมาณ 10-20 บาท แล้วแต่วัน โดยราคาจะขึ้นอยู่กับปริมาณของผักแต่ละชนิดที่ถูกนำเข้ามาขาย หากวันใดผักเข้าตลาดมาก ราคาก็จะถูก และหากวันใดมีผักเข้าน้อย ราคาก็จะสูง รวมถึงระยะทางก็มีส่วนในราคาด้วย หากผักมาจากจังหวัดไกลๆ ราคาขายก็จะสูงขึ้นตามไปด้วย เพราะต้องเพิ่มค่าขนส่ง

เช่นกะหล่ำ ,ผักกาด ราคา 90-100 บาท ,ผักกาดขาว 120-140 บาท ,หัวไซท้าว 140 บาท ,มะระ 220 บาท,แตงกวาใหญ่ 150 บาท, แตงกวาเล็ก 200 บาท ,คะน้า 100 ถุง 5 กก. 500 บาท ,ผักบุ้ง 5 กก. 70-80 บาท ,ผักชี 80-100 ,ต้นหอม 60-70 บาท ,พริก 50-60 ทั้งนี้ โดยเฉลี่ยแต่ละวันจะมีการปรับราคา 10-20 บาทเป็นอย่างน้อย

แม่หนูกอง บอกอีกว่า ปัจจุบันลูกค้าน้อยมาก ไม่ค่อยมีคนมาเดินตลาด ลูกค้าไม่รู้ไปไหนหมด แต่อาจเป็นเพราะตามหมู่บ้านรอบนอก มีรถพุ่มพวงที่เข้าไปขายถึงหน้าบ้าน ลูกค้าก็ซื้อที่หน้าบ้าน ก็ไม่เข้าตลาด มาซื้อในตลาดแป๊ปเดียวคนก็หมดแล้ว  บางวันนอนรอลูกค้า เพราะไม่มีคน แต่ก็ยังมาขายอยู่เพราะเคยขาย อยู่บ้านเฉยๆกว่าจะค่ำ

ไม่รู้จะฝากอะไรถึงรัฐบาล บางคนว่าเพราะน้ำมันแพง ของก็ขายไม่ได้ ขนส่งรถเมล์รถโดยสารก็ไม่มีคน แถมขึ้นราคา จากเดิม 10 บาท ขึ้นเป็น 15 บาท คนจึงไม่ค่อยอยากเข้ามาในเมือง เพราะมีรถพุ่มพวง ซึ่งมีของหมดทุกอย่างที่นำไปขาย ใส่เป็นถุงๆ ถุงละ 20-30 บาท

ข่าวที่เกี่ยวข้อง