ปมโกงสอบท้องถิ่น “เดชอิศม์” อดีต มท.3 เดือด ยืนยันตนไม่เกี่ยว

ปมโกงสอบท้องถิ่น “เดชอิศม์” อดีต มท.3 เดือด ยืนยันตนไม่เกี่ยว

View icon 64
วันที่ 25 มิ.ย. 2569 | 20.18 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
ปมโกงสอบท้องถิ่น “เดชอิศม์” อดีต มท.3 เดือด ยืนยันตนไม่เกี่ยว ชวนประชาชนสาปแช่งใครทำ "ขอให้มีอันเป็นไป" 

นายเดชอิศม์ ขาวทอง อดีตัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย และอดีต สส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ แถลงข่าวถึงกรณีที่คลิปเสียงการพูดคุยของบุคคลเกี่ยวกับการซื้อขายตำแหน่ง ทุจริตการสอบบุคคลเข้ารับบรรจุข้าราชการท้องถิ่น โดยระบุถึง “รัฐมนตรีช่วย”

ซึ่งนายเดชอิศม์ ยืนยันล้านเปอร์เซ็นต์ว่า ตนไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง และอยากให้ประชาชนทั้งประเทศช่วยประณามว่า รัฐมนตรีคนหนึ่งคนใดที่มีส่วนได้เสียกับการสอบครั้งนี้ ขอให้มีอันเป็นไป เพราะถือเป็นการบ่อนทำลายชาติอย่างแท้จริง รวมทั้งคนข้างตัวของตนก็รับประกันล้านเปอร์เซ็นต์ และหากพิสูจน์ว่าตนมีส่วนเกี่ยวข้อง​ ก็จะเลิกเล่นการเมืองตลอดชีวิต และอาจจะไม่อยู่ประเทศไทยอีกเลย เพราะอายฟ้าดิน อายลูกหลานของคนไทยทั้งประเทศ

ทั้งนี้คลิปเสียงที่ปรากฏในโซเชียล แม้จะพุ่งเป้ามาที่ตน จึงเห็นว่าจำเป็นต้องออกมาชี้แจงเพื่อให้สังคมได้รับข้อเท็จจริงครบทุกด้าน และลดข้อสงสัยของประชาชนให้มากที่สุด โดยยืนยันว่าตลอดกระบวนการคัดเลือกหน่วยงานจัดสอบนั้น เป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมายและระเบียบราชการ ซึ่งกรณีมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ หรือ มศว. ได้รับการคัดเลือกให้ดำเนินโครงการสอบแข่งขัน แม้จะมีการอุทธรณ์ผลการพิจารณาในภายหลัง แต่อำนาจวินิจฉัยอยู่ที่คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ ของกรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลัง ซึ่งท้ายที่สุดยังคงยืนยันผลเดิมว่า มศว. ดำเนินการถูกต้องตามระเบียบ และเมื่อกรมบัญชีกลางยืนยันผลแล้ว เรื่องจึงกลับมาที่กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นว่า จะมีเหตุให้ยกเลิกหรือไม่ แต่ในช่วงเวลาที่ผลอุทธรณ์กลับลงมา ตนพ้นจากตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยแล้ว ตั้งแต่วันที่ 15 กันยายน

สำหรับประเด็นที่ถูกจับตาอย่างหนักคือการเปิดเผยของนายเดชอิศม์ที่ระบุว่า ได้รับทราบข้อมูลจากข้าราชการในกระทรวงมหาดไทยมานานกว่า 4-5 ปีแล้วว่า การสอบบรรจุบุคลากรขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีปัญหาการวิ่งเต้นและซื้อขายตำแหน่งเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งลูกชาวบ้าน หลานชาวนา เก่งแค่ไหนก็สอบเข้าไม่ได้ ถ้าไม่มีเงิน ผมรับไม่ได้ เพราะนี่คืออนาคตของประชาชน

นอกจากนี้เคยหารือกับอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นในขณะนั้น เพื่อหาแนวทางปฏิรูประบบสอบ โดยเสนอให้มหาวิทยาลัยในแต่ละภูมิภาคเข้ามารับผิดชอบการจัดสอบแทนการรวมศูนย์ เพื่อลดช่องว่างการทุจริตและสร้างการแข่งขันอย่างโปร่งใส เช่น ภาคอีสานอาจใช้มหาวิทยาลัยขอนแก่น ภาคใต้อาจใช้มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ก็จะช่วยให้ระบบมีความน่าเชื่อถือมากขึ้น อย่างไรก็ตาม เรื่องที่เกิดขึ้น เรียกร้องให้นายกรัฐมนตรี แสดงภาวะผู้นำและเร่งสะสางปัญหาอย่างจริงจัง เพราะถึงเวลาผ่าตัดแล้ว เรื่องนี้ไม่ใช่แค่ความเสียหายทางงบประมาณ แต่เป็นการดูดเลือดประชาชน เป็นการทำลายโอกาสของลูกหลานคนธรรมดา ถ้าปล่อยให้ระบบแบบนี้อยู่ต่อไป ประเทศจะไม่เหลืออนาคตให้คนรุ่นหลัง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง