รฟท.รับผิดชอบอย่างไร พนักงานขับรถไฟฉี่ม่วง

View icon 69
วันที่ 18 พ.ค. 2569 | 11.02 น.
ห้องข่าวภาคเที่ยง
แชร์
ห้องข่าวภาคเที่ยง - เรื่องราวโศกนาฏกรรมรถไฟชนรถเมล์ ตอนนี้เหมือนหงายการ์ด สังคมไล่บี้ความผิด พุ่งเป้าไปที่พนักงานขับรถไฟ เพราะผลตรวจปัสสาวะสีม่วง และไม่มีใบอนุญาตด้วย

หลังตำรวจ สน.มักกะสัน แจ้งข้อหาพนักงานขับรถไฟ, พนักงานขับรถโดยสารประจำทาง และ นายสถานี หรือ คนโบกธง ฐานกระทำการโดยประมาท เป็นเหตุให้ผู้อื่นเสียชีวิต ร้ายกว่านั้น คือ พบสารเสพติดอยู่ในร่างกายของพนักงานขับรถไฟ หรือ ปัสสาวะเป็นสีม่วง แถมไม่มีใบอนุญาต รวมทั้งผลจากกล่องดำพบระยะการเบรกก่อนชนรถเมล์ พนักงานตัดสินใจเบรกรถช่วง 100 เมตร เท่านั้น

ปมใหญ่ ๆ ที่สังคมกำลังถามหาความรับผิดชอบ โดยเฉพาะจากการรถไฟแห่งประเทศไทย ทำเอาชาวเน็ตหลายคนผิดหวัง เพราะก่อนหน้านี้เข้าข้างการรถไฟฯ และมองอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นเป็นเพราะรถเมล์คร่อมรางรถไฟ ซึ่งแท้จริงตามระเบียบ พนักงานขับรถไฟครอบคลุมกฎเหล็กด้านความปลอดภัยและวินัยอย่างเคร่งครัด คือ ผู้ขับขี่ทุกคนต้องมีใบอนุญาตขับรถไฟจากหน่วยงานที่กำกับดูแล ต้องผ่านการอบรมตามหลักสูตรของการรถไฟแห่งประเทศไทย และทดสอบสมรรถภาพทางร่างกาย จิตใจ, ผ่านการทดสอบสมรรถภาพ, ปฏิบัติตามสัญญาณการเดินรถอย่างแม่นยำ และต้องไม่ดื่มแอลกอฮอล์โดยเด็ดขาด โดยจะมีการตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์เป็นประจำก่อนปฏิบัติงาน ตรงนี้มันไปตกหล่นตอนไหน การรถไฟฯ ต้องออกมาชี้แจง
 
นอกจากนี้ ตามระเบียบ การรับ-ส่งสัญญาณ จะต้องมีการทวนสัญญาณและบอกตอบรับกับผู้ช่วยพนักงานขับรถ หรือปฏิบัติตามคำสั่งของนายสถานีอย่างชัดเจน การปฏิบัติตามข้อบังคับ ต้องขับขี่ด้วยความเร็วที่กำหนดตามรางแต่ละช่วง และหยุดขบวนรถทันทีหากเกิดสถานการณ์ฉุกเฉิน เช่น ป้ายห้าม รถเสียหลักกีดขวาง หรือได้รับสัญญาณหยุดรถ กรณีนี้เป็นรถหนัก หรือขบวนขนสินค้าขนาดใหญ่ จะต้องเบรกหรือหยุดรถระยะห่างราว 2 กิโลเมตร แต่พนักงานกลับหยุดรถเพียง 100 เมตร ก่อนชนสิ่งกีดขวาง
 
ส่วนบทลงโทษ กำหนดไว้ว่า เนื่องจากพนักงานขับรถไฟเป็นตำแหน่งที่รับผิดชอบชีวิตผู้โดยสาร จึงมีประมวลการลงโทษที่ชัดเจน แบ่งเป็น 5 ระดับ ทั้งภาคทัณฑ์, ตัดเงินเดือน ลดขั้นเงินเดือน, ปลดออก, ไล่ออก สำหรับความผิดวินัยร้ายแรง เช่น ละทิ้งหน้าที่ หรือการฝ่าฝืนคำสั่งเดินรถจนเกิดอุบัติเหตุร้ายแรง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง