ครอบครัวทำใจไม่ได้ รับศพ น้องแอล

View icon 40
วันที่ 22 พ.ค. 2569 | 06.09 น.
เช้านี้ที่หมอชิต
แชร์
เช้านี้ที่หมอชิต - ตามความคืบหน้าอุบัติเหตุรถไฟชนรถเมล์ จนมีผู้เสียชีวิต 8 คน และพิสูจน์เอกลักษณ์แล้ว 6 ร่าง ล่าสุดเมื่อวานนี้พิสูจน์ทราบแล้วอีก 1 ร่าง  คือนางสาวสุภาพร หรือ น้องแอล อายุ 33 ปี ตอนแรกครอบครัวต่างหวังให้มีปาฏิหาริย์ แต่สุดท้ายปาฏิหาริย์ไม่มีจริง ด้านพี่ชาย เผยทั้งน้ำตา น้องสาวกำลังได้เลื่อนตำแหน่งเป็นผู้จัดการคลินิกเสริมความงาม

ครอบครัวทำใจไม่ได้ รับศพ น้องแอล
บรรยากาศที่สถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ ยังคงเต็มไปด้วยความโศกเศร้า หลังครอบครัวของ นางสาวสุภาพร หรือ น้องแอล ผู้เสียชีวิตจากเหตุรถไฟชนรถเมล์ เดินทางมาติดต่อขอรับร่างกลับไปประกอบพิธีทางศาสนาที่จังหวัดเชียงใหม่ หลังผลการตรวจพิสูจน์เอกลักษณ์ยืนยันชัดเจนว่า “น้องแอล” เป็นหนึ่งในผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์นี้

โดยก่อนหน้านี้ ครอบครัวได้เหมารถตู้เดินทางจากอำเภอพร้าว จังหวัดเชียงใหม่ เข้ากรุงเทพมหานคร เพื่อพาพ่อของน้องแอล มาตรวจดีเอ็นเอเทียบเคียงกับร่างผู้เสียชีวิตที่ยังไม่สามารถยืนยันตัวบุคคลได้อีก 2 ร่าง กระทั่งคืนที่ผ่านมา สถาบันนิติเวชวิทยาแจ้งผลยืนยันว่า 1 ในร่างดังกล่าวคือ น้องแอล จริง

นายฐิติกร จงจิตร (อายุ 37 ปี) พี่ชายของผู้เสียชีวิต เผยทั้งน้ำตาว่า ตอนแรกยังไม่คิดว่าน้องจะเป็นหนึ่งในเหยื่อโศกนาฏกรรมครั้งนี้ แต่เมื่อเวลาผ่านไปหลายวันและยังติดต่อไม่ได้ ครอบครัวจึงเริ่มกังวล ก่อนตัดสินใจเดินทางเข้ากรุงเทพฯ เพื่อตรวจดีเอ็นเอเมื่อวานนี้ ยอมรับว่ายังทำใจไม่ได้ เพราะเหตุการณ์เกิดขึ้นรวดเร็วเกินไป

น้องสาวเป็นคนเก่ง ขยันทำงาน และเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงสำคัญของครอบครัว ที่ผ่านมาทุ่มเททำงานในคลินิกความงามแห่งหนึ่ง และล่าสุดเพิ่งได้เลื่อนตำแหน่งเป็นผู้จัดการคลินิก อนาคตกำลังไปได้ดี แต่กลับเกิดเหตุไม่คาดฝันเสียก่อน

ครอบครัว น้องแอล ทำพิธีเชิญดวงวิญญาณ
จากนั้นช่วงเที่ยงทงครอบครัวของน้องแอล ผู้เสียชีวิต เดินทางมายังอู่รถเมล์ประจำทางซึ่งเป็นสถานที่เก็บซากรถเมล์คันที่เกิดเหตุ ทำพิธีเชิญดวงวิญญาณ และได้ทำพิธีทอดผ้าบังสุกุล เพื่ออุทิศบุญกุศลให้แก่ผู้เสียชีวิต ท่ามกลางเสียงร่ำไห้ของญาติที่ต่างเรียกชื่อผู้เสียชีวิต พร้อมกล่าวว่า “กลับบ้านที่เชียงใหม่นะน้อง พี่มารับแล้ว เดี๋ยวพี่ไปส่ง กลับด้วยกันนะ"

จากนั้นครอบครัว เดินทางมาเชิญดวงวิญญาณต่อที่บริเวณจุดตัดทางรถไฟ อโศก-ดินแดง โดยจุดนี้ได้นำอาหารคาวหวานมาให้ พร้อมกับจุดธูปเพื่อประกอบพิธีตามความเชื่อ

เศร้ารับร่าง น้องแอล กลับบ้าน จ.เชียงใหม่
ต่อมาเวลา 19.45 น. คืนที่ผ่านมา ครอบครัว ญาติพี่น้อง และเพื่อนสนิทของน้องแอล อายุ 33 ปี ติดต่อขอรับร่างที่สถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ เพื่อนำกลับไปบำเพ็ญกุศลที่วัดน้ำแพร่ จังหวัดเชียงใหม่

ก่อนเข้ารับร่าง พ่อของ “น้องแอล” พร้อมด้วยญาติพี่น้อง ได้จุดธูปไหว้ศาลและบอกกล่าวเจ้าที่เจ้าทางตามความเชื่อ เพื่อขอให้การเดินทางนำร่างกลับบ้านอย่างราบรื่น ท่ามกลางเสียงร่ำไห้ของคนในครอบครัวที่ยากทำใจกับการสูญเสีย

ครอบครัว เผยว่า สาเหตุที่เลือกรับร่าง ช่วงเวลา 19.45 น. เนื่องจากต้องการให้ขบวนรถเดินทางถึงวัด เวลา 08.00-09.00 น. ของวันรุ่งขึ้น (22 พ.ค.) ตามฤกษ์เวลาที่ครอบครัวให้ความสำคัญ เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ผู้เสียชีวิตครั้งสุดท้าย

ด้านครอบครัวชาวเมียนมา ที่เมื่อวานมาติดต่อขอรับศพ แต่ขาดเอกสารทางการทูต วันนี้ครอบครัวนำเอกสารที่จำเป็นมาติดต่อขอรับศพกลับไปบำเพ็ญกุศล ที่วัดพรหมวงศาราม หรือ วัดหลวงพ่อเณร ย่านประชาสงเคราะห์ กรุงเทพฯ ซึ่งญาติ ๆ ทุกคนที่มาวันนี้มีสีหน้าเศร้าหมอง ยังทำใจไม่ได้กับการสูญเสีย

ตามหาญาติผู้เสียชีวิต ร่างสุดท้าย
ทำให้ขณะนี้คงเหลือผู้เสียชีวิตคนสุดท้ายที่แพทย์ยังไม่ทราบชื่อ  ล่าสุด เริ่มมีความหวัง หลังมีคนใกล้ชิด ซึ่งเป็นเพื่อนร่วมงานมาติดต่อแพทย์ว่า เพื่อนตนเองหายตัวไปช่วง วัน - เวลาใกล้เคียงกับวันเกิดเหตุ 

ทั้งนี้ผู้เสียชีวิตรายสุดท้ายแพทย์ทราบเพียงเพศชาย เนื่องจากผลตรวจดีเอ็นเอและผลการตรวจภายในไม่พบมดลูก แต่ไม่สามารถบ่งชี้ได้ว่าเป็นคนไทยหรือชาวต่างชาติ เพราะในอาเซียนดีเอ็นเอ คล้ายคนไทย จึงคัดแยกยาก