เช้านี้ที่หมอชิต - ตำรวจเร่งตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดขณะเกิดเหตุรถไฟชนรถโดยสารประจำทางซ้ำ หลังพบข้อสงสัยหลายประเด็น
ตร.ตรวจสอบภาพขณะรถไฟชนรถเมล์อีกครั้ง
เมื่อวานชุดสืบสวนตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดบริเวณสถานีพระราม 9 และ สถานีอโศก ระยะทาง 550 เมตร ซึ่งใช้เวลาเพียง 1 นาที ซ้ำอีกครั้ง หลังทราบว่า หากคนควบคุมไม้กั้นไม่ได้แจ้ง หรือนำไม้กั้นลงก็อาจจะทำให้คนขับรถไฟ ไม่สามารถที่จะเหยียบเบรกได้ทัน
เพราะสาเหตุที่สัญญาณไฟไม่ขึ้น มาจากไม้กั้นเป็นระบบอัตโนมัติต้องมีการนำไม้กันลงไฟถึงจะทำงาน หากคนควบคุมไม้กั้น นำไม้กั้นลงไม้ได้ เพราะสภาพการจราจร สัญญาณไฟก็จะไม่ขึ้นแจ้งเตือนคนขับ
นอกจากนี้การจำลองเหตุการณ์เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคมที่ผ่านมา พบว่าระหว่างรถไฟวิ่งผ่านซุ้ม มีการเตือนด้วยสัญญาณวิทยุ
แต่ในวันเกิดเหตุ พนักงานขับรถไฟให้การว่า ไม่ได้รับแจ้งปัญหาการจราจรผ่านวิทยุสื่อสาร ถึงสภาพการจราจร และปัญหาขณะนั้น
ขณะที่พนักงานควบคุมไม้กั้น ก็ให้การอ้างว่า ได้มีการส่งสัญญาณไปแล้ว
ตำรวจจึงยังมีข้อสงสัย ถึงการปฏิบัติหน้าที่ ระหว่างพนักงานควบคุมไม้กั้น กับคนขับรถไฟ อาจจะปฏิบัติหน้าที่ไม่เต็มประสิทธิภาพหรือไม่
เพราะปกติหากทราบว่าจะมีรถไฟวิ่งผ่าน พนักงานควบคุมไม้กั้นจะต้องรีบแจ้งทันที รวมทั้งกรณีการจราจรติดขัด จะมีการประสานตำรวจ เพื่อให้สามารถเคลียร์การจราจรที่ตกค้างได้ทัน
ขณะเดียวกันการจำลองเหตุการณ์ ในวันที่ 20 พฤษภาคม พบว่าทัศนวิสัยมองจากภายในรถ เมื่อมองออกไปด้านนอก ระยะทางเกิน 200 เมตร นั้นจะเห็นสัญญาณธงได้ไม่ชัดเจน ซึ่งหากวันเกิดเหตุไม่มีสัญญาณไฟขึ้นเพราะไม่ได้นำไม้กั้นลง คนขับจะมาเห็นสัญญานธงได้อีกครั้ง ก็จะเป็นระยะใกล้แล้ว ซึ่งถือว่ากระชั้นชิดเกินไป จึงอาจจะทำให้ไม่สามารถเบรกรถได้ทัน จนทำให้เกิดเหตุดังกล่าวขึ้น โดยตำรวจจึงจะต้องมีการรวบรวมพยานหลักฐาน อย่างละเอียด
ส่วนกรณีการตรวจพบสารเสพติดในร่างกาย นายสยมพร พนักงานขับรถไฟ ตำรวจอยู่ระหว่างหารือข้อกฎหมาย และระเบียบกับการรถไฟแห่งประเทศไทย เพื่อนำไปประกอบการพิจารณาว่าจะสามารถดำเนินคดี เสพยาเสพติดขณะขับรถไฟได้หรือไม่
ส่วนที่กระทรวงคมนาคม นายจิระพงศ์ เทพพิทักษ์ รองปลัดกระทรวงคมนาคม เป็นประธานประชุมสอบข้อเท็จจริงกรณีรถไฟชนรถโดยสารประจำทาง กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
โดยในที่ประชุมได้มีการเปิดคลิปภาพจากกล้องวงจรปิด 4 มุม พร้อมจับเวลาเหตุการณ์ เพื่อให้สื่อมวลชนเห็นภาพรวมของเหตุการณ์ทั้งหมด โดยพบว่า ช่วงเวลา 15.33 น. รถโดยสารประจำทางได้ผ่านเครื่องกั้นทางรถไฟ โดยพนักงานกั้นถนนพยายามกดปุ่มบังคับให้ไม้กั้นลง แต่ไม่สามารถลงได้เนื่องจากมีรถกีดขวางอยู่บนทางรถไฟ
ก่อนที่พนักงานควบคุมไม้กั้นจะได้มีการโบกธงแดง จนกระทั่ง 15.35.44 ขบวนรถไฟได้พุ่งชนรถโดยสารประจำทาง
นายจิระพงศ์ กล่าวว่า คณะกรรมการชุดนี้มีหน้าที่หลักในการรวบรวมข้อเท็จจริงว่าเหตุการณ์วันดังกล่าวเกิดอะไรขึ้นบ้าง ส่วนประเด็นว่าใครผิดหรือใครต้องรับผิดชอบนั้น เป็นเรื่องในสำนวนการสอบสวนของตำรวจนครบาล จึงไม่สามารถลงรายละเอียดหรือแสดงความเห็นในบางส่วนได้ เพราะเกรงว่าจะกระทบต่อรูปคดี
ด้านรองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล 1 กล่าวว่า ขณะนี้ อยู่ระหว่างการเก็บสถิติ บริเวณจุดตัดอโศก-กำแพงเพชร 7 ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีปริมาณรถหนาแน่นมากกว่า 3,000 คันต่อชั่วโมง ในช่วงเร่งด่วน โดยทดลองปรับลดจำนวนช่องทางจราจรฝั่งถนนกำแพงเพชร ที่ตัดกระแสรถบนถนนอโศก พร้อมส่งกำลังตำรวจจราจรประจำพื้นที่ เพื่อป้องกันรถฝ่าฝืนเข้าไปอยู่บนรางรถไฟ
ส่วน กทม. เริ่มติดตั้งแผงเหล็กยืดหด ตีเส้นจราจรแบบห้ามหยุด บริเวณหน้าทางรถไฟ และเตรียมนำระบบสัญญาณไฟจราจรอัตโนมัติที่สัมพันธ์กับแยกอโศกเพชรบุรี เพื่อลดการสะสมของรถบนจุดตัดเกิดอุบัติเหตุ ที่อยู่ห่างแยกอโศกเพชรบุรีเพียงประมาณ 120 เมตร ขณะที่ในอนาคตจะใช้ระบบสัญญาณควบคุมตลอดเวลา เพื่อลดการใช้กำลังเจ้าหน้าที่
26 พ.ค. ตร.ประชุมแก้ปัญหาจุดตัดรถไฟ
ด้านพลตำรวจเอก กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ สั่งตำรวจจราจรลงตรวจทุกพื้นที่ไปสร้างเรื่องวินัยจราจรกับผู้ใช้รถก่อนหากฝ่าฝืนจะปฏิบัติิตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด และวันอังคารหน้า ประชุมตำรวจทั่วประเทศ กวดขันไม่ให้รถจอดล้ำเส้นเหลือง และระบายรถให้มีประสิทธิภาพ