ชุดผลักดันกระทิง ออกลาดตระเวน พบกระสุนปืนใหญ่ 2 ลูก บริเวณท้ายหมู่บ้านใน อ.ครบุรี จ.นครราชสีมา ประสาน EOD เข้าเก็บกู้แล้ว คาดถูกยิงออกมาได้ไม่น้อยกว่า 5 ปี
(22 พฤษภาคม 2569) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ชุดเครือข่ายเฝ้าระวังช้างและสัตว์ป่าออกนอกพื้นที่ป่าอนุรักษ์ ต.ครบุรีใต้ อ.ครบุรี จ.นครราชสีมา ได้นำเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ดอนแสนสุข และเจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด กองกำกับการสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา เข้าตรวจสอบวัตถุระเบิด บริเวณป่าท้ายหมู่บ้านซับก้านเหลือง ม.4 ต.ครบุรีใต้ อ.ครบุรี จ.นครราชสีมา หลังจากได้รับแจ้งจากชุดเฝ้าระวังและผลักดันช้างและสัตว์ป่า ต.ครบุรีใต้ ว่า พบวัตถุระเบิด จำนวน 2 ลูก ขณะกำลังลาดตระเวนเฝ้าระวังกระทิง บริเวณแนวรอยต่อระหว่างทำเลเลี้ยงสัตว์เขาน้อย และแนวเขาภูลำไย ภายในเขตอุทยานแห่งชาติทับลาน เมื่อช่วงสายของวันที่ 20 พฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา จึงอยากให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าดำเนินการ จากเกรงว่า อาจจะมีคนหรือสัตว์ได้รับอันตราย
จากการตรวจสอบ เจ้าหน้าที่ฯ พบลูกกระสุนปืนใหญ่ ขนาด 105 มม. จำนวน 2 ลูก โดยลูกแรกอยู่บริเวณแนวเขตรอยต่อระหว่างทำเลเลี้ยงสัตว์เขาน้อยและป่าภูลำไย ห่างจากหมู่บ้านประมาณ 1.5 กิโลเมตร ส่วนลูกที่ 2 อยู่กลางเขา ห่างจากจุดแรกไปประมาณ 2 กิโลเมตร เจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด สันนิษฐานว่า น่าจะถูกยิงออกมาได้ไม่น้อยกว่า 5 ปีแล้ว เพราะสภาพกระสุนเก่า มีสนิมเกาะ แต่ยังสามารถระเบิดได้ เจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิดจึงได้ใช้วิธีทำลายทิ้งลูกที่อยู่กลางเขา ส่วนอีกลูกได้นำกลับไปทำลายยังจุดปลอดภัยต่อไป ซึ่งภูลำไยถือเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่อยู่ไม่ห่างจากสนามฝึกทางยุทธวิธีกองทัพภาคที่ 2 มากนัก และได้มีการฝึกซ้อมการรบด้วยกระสุนจริงทุกปี
โดยนายเจษฎา เจตนาดี ประธานเครือข่ายเฝ้าช้างและสัตว์ป่าออกนอกพื้นที่ป่าอนุรักษ์ ต.ครบุรีใต้ บอกว่า “เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคมที่ผ่านมา ชุดลาดตระเวนของเครือข่ายฯ ได้ทำการออกลาดตระเวนและสำรวจจุดที่จะทำแนวเขตเพื่อป้องกันไม่ให้กระทิงหรือช้างป่าออกมาในพื้นที่ของชาวบ้านที่อยู่โดยรอบ แต่ได้ไปพบเข้ากับลูกระเบิดบริเวณชายป่า ซึ่งอยู่ระหว่างทำเลเลี้ยงสัตว์เขาน้อยและพื้นที่ป่าภูลำไย ถึง 2 ลูก จึงได้แจ้งไปยังผู้ใหญ่บ้าน เพื่อให้แจ้งเจ้าหน้าที่เข้ามาดำเนินการเก็บกู้ กระทั่งเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ดอนแสนสุข พร้อมกับชุดเก็บกู้วัตถุระเบิดได้ลงพื้นที่มาสำรวจและช่วยเก็บกู้ได้ในสุด สร้างความโล่งใจให้กับเครือข่ายฯ เป็นอย่างมาก เพราะเกรงว่า หากปล่อยเอาไว้อาจจะทำให้ชาวบ้านที่อยู่ใกล้เคียงโดยเฉพาะชาวบ้านที่ไม่รู้ และออกมาหาเก็บของป่า อาจจะได้รับอันตรายได้ .
ทั้งนี้ ฝากเตือนพี่น้องชาวบ้านที่มีพื้นที่ทำกินอยู่ใกล้เคียง เลี้ยงสัตว์ หรือหาเก็บของป่าบริเวณนี้ ให้ระมัดระวัง หลีกเลี่ยงการเข้าใกล้จุดดังกล่าว หรือหากพบวัตถุระเบิดให้รีบแจ้งทางผู้นำชุมชน หรือแจ้งมายังทางเครือข่ายฯ เพื่อให้ประสานต่อ จะได้ให้เจ้าหน้าที่ฯ มาดำเนินการเก็บกู้ก่อนที่จะเกิดเหตุไม่คาดฝัน