คอลัมน์หมายเลข 7 : เร่งสางปัญหา โลหะ-ขยะอิเล็กทรอนิกส์ ลักลอบนำเข้าไทย ตอน 2

View icon 6
วันที่ 1 มิ.ย. 2569 | 11.28 น.
ห้องข่าวภาคเที่ยง
แชร์
ห้องข่าวภาคเที่ยง - ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน เร่งแก้ปัญหาลักลอบนำเข้าฝุ่นแดงอิเล็กทรอนิกส์ และขยะพลาสติกเข้าไทย เตรียมเสนอคณะรัฐมนตรีแก้ปัญหาทั้งระบบ ตั้งแต่การนำเข้า แก้กฎหมายโรงงานรีไซเคิลขยะ และโรงงานถลุงเหล็ก ติดตามจากคุณอรรถพล ดวงจินดา ในคอลัมน์หมายเลข 7

ปัญหาขยะพิษ ของเสียอันตราย ทั้งฝุ่นแดง ขยะอิเล็กทรอนิกส์ และขยะพลาสติก กลายเป็นปัญหาระดับชาติ ที่เครือข่ายปฏิบัติการบาเซล ระบุว่า มีการลักลอบนำเข้ามาจากประเทศสหรัฐอเมริกา ตั้งแต่เดือนเมษายน-กันยายน พ.ศ.2568 รวม 7 ครั้ง มากถึง 435 ตู้ ผ่านด่านศุลกากร ท่าเรือแหลมฉบัง จังหวัดชลบุรี ก่อนกระจายไปตามโรงงานคัดแยก โรงหลอมขยะ กลายเป็นปัญหาใหญ่ จนกระทบทั้งมิติความมั่นคง และสิ่งแวดล้อมอย่างหนัก ปัจจุบันกระจายพื้นที่ไปแล้วในหลายจังหวัด แต่กลับไร้ทางออก และแนวทางการแก้ไขของหน่วยงานรัฐที่รับผิดชอบ

ปัญหานี้พบว่า ผู้ประกอบการส่วนใหญ่ ใช้เขตปลอดอากรหลายแห่ง ประกอบกิจการคัดแยกขยะอิเล็กทรอนิกส์ แต่ไม่สามารถสำแดงแหล่งที่มาของวัตถุดิบได้ มีการตั้งโรงงานเถื่อน จึงจัดการมลพิษไม่ได้มาตรฐานหลายในพื้นที่

แน่นอนว่า ขยะพิษเหล่านี้ มีมูลค่าทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะกับกลุ่มโรงงานอุตสาหกรรม เพราะต้นทุนการถลุงเร่หายาก มีต้นทุนสูง วิธีการรีไซเคิลกลับมาใช้ จึงประหยัด มีต้นทุนต่ำ จึงจูงใจให้มีการลักลอบนำเข้าขยะพิษ จากต่างประเทศ ผ่านกฎหมายที่มีช่องโหว่ รวมทั้ง การเอื้อผลประโยชน์ ของกลุ่มคนที่เกี่ยวข้องให้กลุ่มขบวนการนี้

ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน เห็นปัญหานี้ เกี่ยวข้องกับหลายหน่วยงาน ทั้งกรมศุลกากร กรมควบคุมมลพิษ และกรมโรงงานอุตสาหกรรม จึงรวบรวมข้อมูล ฟังปัญหา กำหนดเป็นมาตรการแก้ไขโครงสร้างทั้งระบบ

แน่นอนว่า ต้นทางขยะนำเข้าประเทศไทย ล้วนต้องผ่านพิธีการด่านศุลกากร เพราะเป็นด่านปราการแรก การตรวจสอบ ผ่านเข้า-ออก ของตู้คอนเทนเนอร์ขยะพิษ ยังเป็นปัญหา ซึ่งก่อนหน้านี้ ทีมสุดซอย พบว่าปัญหานี้ใหญ่เกินแก้ จึงต้องรื้อกฎหมาย แก้ไขโครงสร้างทั้งระบบ

การตรวจสอบป้องปรามการจับกุม และตรวจค้นตู้คอนเทนเนอร์ ในเขตปลอดอากรทำยาก เพราะจำนวนตู้คอนเทนเนอร์ ที่มากหลักพันตู้/เดือน มีขั้นตอนเทคนิก พิธีการศุลกากร กระทั่งวิธีการหลบเลี่ยงของกลุ่มขบวนการ รวมทั้ง มีช่องโหว่การเอื้อประโยชน์จากเจ้าหน้าที่หน่วยงานรัฐ ให้ขบวนการลักลอบนำขยะของเสียข้ามชาติ ลักลอบนำเข้าไทย กลายเป็นแหล่งเก็บขยะโลกในปัจจุบัน

ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน ยังลงพื้นที่ศูนย์เอ็กซเรย์และเทคโนโลยีศุลกากร ภายในสำนักงานศุลกากรท่าเรือแหลมฉบัง ติดตามการแก้ไขปัญหา เร่งแนวทางยกระดับมาตรการควบคุมและพิจารณาการบังคับใช้กฎหมาย พบช่องโหว่หลายจุด ตั้งแต่ต้นทางการเอกซเรย์รถบรรทุกตู้คอนเทนเนอร์ ทั้งทางเทคนิก และด้านกฎหมาย กระทั่งการตรวจสอบ ทำให้ขบวนการลักลอบขยะพิษ ยังทำผิดทั้งกฎหมายไทย และผิดอนุสัญญาบาเซล

อีกทั้งเตรียมนำข้อมูลเสนอคณะรัฐมนตรี แก้กฎหมายเกี่ยวกับโรงงานที่ประกอบกิจการเกี่ยวกับ ผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมที่ใช้แล้ว มารีไซเคิล มาตรา 10 และเกี่ยวกับโรงงานประกอบกิจการถลุง หลอมเหล็กกล้า ทั้งอะลูมิเนียม ทองแดง ตะกั่ว หรือสังกะสี มาตรา 60 เพื่อผลักดันยกเลิกในส่วนนี้ หากไม่เกิดความคุ้มค่าต่อผลกระทบที่เกิดขึ้น

นอกจากนี้ ยังเตรียมพิจารณาเพิ่มประสิทธิภาพศูนย์สแกนตู้สินค้าของกรมศุลกากร ให้มีเทคโนโลยีที่ทันสมัย เร่งรัดคดีที่ค้างอยู่ในชั้นพนักงานสอบสวน บูรณาการข้อมูลทุกหน่วยงาน ตามอนุสัญญาบาเซล ทบทวนกิจการที่นำเข้ากากอุตสาหกรรมเฉพาะที่เป็นประโยชน์และมีความจำเป็น ส่งเสริมอุตสาหกรรมสีเขียว พร้อมทั้งพิจารณามาตรการลงโทษผู้ค้า หรือชิปปิ้ง ที่นำเข้ากากอุตสาหกรรม ที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย เป็นการรื้อระบบ การนำเข้าตั้งแต่ต้นทาง เพื่อแก้ไขปัญหาลักลอบนำสินค้าผิดกฎหมายเข้าไทยทั้งระบบ ในอนาคตด้วย