คอลัมน์หมายเลข 7 : รร.อนุบาล ให้เอกชน ติดตั้ง เครื่องสแกนใบหน้า 1.2 ล้านบาท ก่อนทำ TOR ตอน 1

View icon 6
วันที่ 2 มิ.ย. 2569 | 11.07 น.
ห้องข่าวภาคเที่ยง
แชร์
ห้องข่าวภาคเที่ยง - โรงเรียนอนุบาลจังหวัดนครปฐม ให้เอกชน เข้ามาติดตั้งเครื่องสแกนใบหน้าเด็กนักเรียนภายในโรงเรียน ด้วยงบประมาณ 1.2 ล้านบาท โดยไม่ได้ดำเนินการจัดซื้อจัดจ้าง แต่เสนอราคาผ่านทางอิเล็กทรอนิกส์ หรืออีบิดดิ้ง ซึ่งอาจเข้าข่าย พ.ร.บ.ฮั้วประมูล ติดตามจากคุณหนึ่ง อรรถพล ดวงจินดา ในช่วง คอลัมน์หมายเลข 7

เป็นภาพที่ทีมคอลัมน์หมายเลข 7 เข้าไปทดสอบ สาธิตใช้เครื่องสแกนใบหน้า Student Care ที่โรงเรียนอนุบาลนครปฐม หลังได้รับข้อมูลร้องเรียน ว่าโรงเรียนแห่งนี้ มีการติดตั้งเครื่องสแกนใบหน้าให้นักเรียน ติดไว้ใต้อาคาร รอบโรงเรียน ถึง 8 จุด รวมวงเงิน 1.2 ล้านบาท ซึ่งเอกชนรายหนึ่ง นำไปติดตั้งไว้ให้ ทั้งที่ยังไม่ได้รับการว่าจ้าง

คอลัมน์หมายเลข 7 พยายามสอบถามข้อมูลจากผู้อำนวยการโรงเรียนแห่งนี้ ได้รับคำชี้แจงจากผู้บริหารท่านอื่นว่า ผอ. โรงเรียนไปราชการ

ขณะที่คอลัมหมายเลข 7 ได้รับข้อมูลจาก สำนักงาน ปปท. เขต 7 ซึ่งได้รับร้องเรียนจากผู้ปกครองบางส่วน และเจ้าหน้าที่ภายในโรงเรียน เกี่ยวกับการบริหารงานของผู้บริหารโรงเรียนแห่งนี้ ที่มีความขัดแย้งกัน จนกระทบไปถึงการเรียนการสอนของนักเรียน กระทั่งงบประมาณที่ใช้ภายในโรงเรียน ทำให้ผู้ปกครอง และนักเรียนได้รับผลกระทบไปด้วย โดยเด็กนักเรียน ขาดแปรงสีฟัน ยาสีฟัน แก้วน้ำ ซึ่งเป็นอุปกรณ์ที่นักเรียนชั้นอนุบาลต้องใช้ ทั้งที่เปิดภาคเรียนมาแล้วถึง 2 สัปดาห์

หลังพบความผิดปกติเกี่ยวกับวิธีบริหารจัดการงบประมาณ ที่เก็บเงินจากค่าเล่าเรียนของนักเรียน กว่า 2,400 คน ที่พบว่ามีการนำไปใช้ในโครงการติดตั้งเครื่องสแกนใบหน้า ที่เอกชนนำเครื่องสแกนมาติดตั้งในโรงเรียน ตั้งแต่วันที่ 26-27 มีนาคมที่ผ่านมา แต่ยังไม่มีการนำข้อมูลใบหน้าของนักเรียน และผู้ปกครองใส่เข้าไปในระบบ เพราะยังติดข้อกฎหมาย PPDA ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562

แต่ยังไม่แปลกเท่ากับที่โครงการนี้ ยังไม่มีการจัดทำ กระบวนการทางพัสดุ หรือการจัดหาผู้รับจ้างการทำสัญญา ตาม พ.ร.บ.จัดซื้อจัดจ้างและบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 ทั้งที่เครื่องแสกนใบหน้า ถูกติดตั้งแล้วเสร็จภายในโรงเรียน

คอลัมน์หมายเลข 7 จึงขยายผล ขอข้อมูลกับผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครปฐม เขต 1 ซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาในสังกัด ยอมรับว่า โรงเรียนแห่งนี้ มีปัญหาการบริหารภายในหลายเรื่อง ส่วนกรณีนี้ หากผิดวินัยหรือไม่เป็นไปตามระเบียบ การจัดซื้อจัดจ้าง ก็ต้องดำเนินการตามระเบียบ และขั้นตอนของกฎหมาย

แน่นอนว่า การติดตั้งเครื่องสแกนใบหน้า เป็นเรื่องดีที่จะช่วยเรื่องความปลอดภัยให้กับเด็กนักเรียน และการบริหารจัดการภายในโรงเรียนได้ดีขึ้น ทว่าการติดต่อให้เอกชนรายใดรายหนึ่ง มาติดตั้งอุปกรณ์ดังกล่าว โดยไม่ผ่านระเบียบขั้นตอนตามกฎหมายที่ถูกต้อง ย่อมสุ่มเสี่ยง การไม่ปฏิบัติตาม พ.ร.บ.จัดซื้อจัดจ้าง แม้จะยังไม่มีการลงนามทำสัญญาจัดซื้อจัดจ้าง ก็อาจเข้าข่ายทำผิด พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคา ต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2542 หรือ พ.ร.บ.ป้องกันการฮั้วประมูล

เรื่องนี้เจ้าหน้าที่สำนักงาน ปปท. เขต 7 มีความกังวล หลังจากไปตรวจพบว่า เอกสารในการจัดซื้อจัดจ้าง หรือระเบียบพัสดุ ไม่เป็นไปตามขั้นตอน และยังพบความผิดปกติในหลายด้าน เกี่ยวกับการบริหารภายในของในโรงเรียนแห่งนี้ เนื่องจากมีเงินบริหารภายในมากกว่า 25-30 ล้านบาท/เทอม ขณะที่ ล่าสุด มีการตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงกับผู้อำนวยการโรงเรียนอนุบาลแห่งนี้ ให้แล้วเสร็จภายใน 7 วัน

การขยายผลโดยเจ้าหน้าที่ ปปท. คอลัมน์หมายเลข 7 ผู้บริหารโรงเรียน และเครือข่ายผู้ปกครอง เพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหานี้ โดยผู้อำนวยการโรงเรียนแห่งนี้ยอมรับ สิ่งที่ได้ดำเนินการไปนั้นเป็นความผิดพลาด จะมีแนวทางแก้ไขปัญหาอย่างไร ติดตามข้อสรุปนี้ได้ในคอลัมน์หมายเลข 7 วันพรุ่งนี้

#คอลัมน์หมายเลข7 #ต้านทุจริตตามติดกลโกง #เครื่องสแกนใบหน้า